
“ปิยะรัฐชย์” พลักดันองค์การสะพานปลาให้ปรับตัวให้สอดรับกับอุตสาหกรรมประมงยุคใหม่ ประกาศขับเคลื่อน 4 ด้านที่สำคัญ “การพัฒนาพื้นที่ฯ-ส่งเสริมการตลาด- สนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม- หนุ่นด้านเงินทุนแก่ผู้ประกอบการประมง” พร้อมเดินหน้าลุยโครงการ “ตลาดปลาปันสุข” ช่วยเหลือชาวประมง กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อย เปิดพื้นที่ให้จำหน่ายสินค้าในสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงทั้ง 17 แห่งฟรี
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ของหน่วยงานในกำกับ ณ ห้องประชุมองค์การสะพานปลา กรุงเทพฯว่า องค์การสะพานปลา จำเป็นที่จะต้องปรับตัวให้สอดรับกับอุตสาหกรรมประมงยุคใหม่ พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาอุตสาหกรรมประมงตั้งแต่การผลิต การรวบรวม การขนถ่าย การแปรรูป การตลาด และการสร้างมูลค่าเพิ่ม ภายใต้นโยบาย “ตลาดนำการผลิต” ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าประมงไทยในตลาดโลก
โดยกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ 1) การพัฒนาพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานของสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมง 2) การส่งเสริมการตลาดและการขยายช่องทางการจำหน่าย 3) การสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม และ 4) การสนับสนุนด้านเงินทุนแก่ผู้ประกอบการประมง
นอกจากนี้ องค์การสะพานปลาได้เดินหน้าดำเนินโครงการ “ตลาดปลาปันสุข” เพื่อช่วยเหลือชาวประมง กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อย โดยเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้าในสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงทั้ง 17 แห่ง โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า ส่งเสริมการเข้าถึงสินค้าประมงคุณภาพในราคาที่เหมาะสมแก่ประชาชน กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และช่วยบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจแก่ประชาชน
ทั้งนี้ภาคการประมงไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรสัตว์น้ำ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารมากยิ่งขึ้น อีกทั้ง อุตสาหกรรมประมงยังคงเป็นภาคการผลิตที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งด้านความมั่นคงทางอาหาร การสร้างรายได้ การจ้างงาน และการส่งออก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ดังนั้นจึงมุ่งยกระดับองค์การสะพานปลาให้เป็นศูนย์กลางการค้าสัตว์น้ำที่ทันสมัย พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ได้มาตรฐานด้านสุขอนามัย ควบคู่กับการยกระดับสู่แหล่งท่องเที่ยว เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวประมงอย่างยั่งยืนในอนาคต
