“วัชระพล” สั่งตั้งชุดเฉพาะกิจ ระดมเจ้าหน้าที่–รถ–เรือ รับมือน้ำท่วม 24 ชม.

“วัชระพล” สั่งตั้งชุดเฉพาะกิจ ระดมเจ้าหน้าที่–รถ–เรือ รับมือน้ำท่วม 24 ชม. สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว พร้อมสั่ง ส.ป.ก.ติดตามช่วยเหลือเกษตรกร เปิดพื้นที่ อ.ต.ก. ระบายผลผลิต–รับบริจาค และจัดจุดพักพิงต่างจังหวัด

นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้กองตรวจการประมง กรมประมง ระดมชุดเฉพาะกิจเพื่อรับมือสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมวางแผนรับมือสถานการณ์ล่วงหน้า เตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ และยานพาหนะให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว โดยจัดกำลังในพื้นที่สำคัญ ได้แก่ สมุทรปราการ กรุงเทพฯ และปริมณฑล พระนครศรีอยุธยา พิษณุโลก รวมถึงจังหวัดระยองและพื้นที่ภาคตะวันออก

เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันภัย และให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ 120 นาย รถ 30 คัน และเรือตรวจการประมง 30 ลำ พร้อมปฏิบัติภารกิจตลอด 24 ชั่วโมง หากประชาชนประสบเหตุฉุกเฉินสามารถติดต่อหน่วยงานประมงในพื้นที่เพื่อขอรับความช่วยเหลือได้ โดยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยของประชาชนและการลดความเสียหายให้ได้มากที่สุด

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) จังหวัดในพื้นที่ประสบสถานการณ์อุทกภัย ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำ รวมถึงเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นให้เกษตรกรได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถเตรียมรับมือและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

ขณะเดียวกัน ได้มอบหมายให้องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เตรียมมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเปิดพื้นที่พิเศษสำหรับระบายและจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ณ อ.ต.ก. จตุจักร ตลอดทั้งสัปดาห์ในช่วงที่เกิดสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและช่วยลดความเสียหายของผลผลิตให้แก่เกษตรกร

พร้อมกันนี้ ได้ให้ อ.ต.ก. เปิดจุดรับบริจาคสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และสิ่งของจำเป็นสำหรับนำไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมและส่งต่อความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ประสบภัยอย่างเหมาะสมและทั่วถึง สำหรับพื้นที่ต่างจังหวัด ได้มอบหมายให้อ.ต.ก. พิจารณาใช้พื้นที่ที่มีความพร้อมในจังหวัด นครสวรรค์และพิษณุโลก เป็นจุดพักพิงและรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม