
บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมกับ กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเวที “คูโบต้า มัน(ส์) ขยายร่อง” ภายใต้แนวคิด “ปลูกง่ายได้มัน(ส์)ดี” ชวนเกษตรกรไทยก้าวสู่สนามประลองของการปลูกมันสำปะหลังยุคใหม่ ผ่านการเรียนรู้และแข่งขัน ในรูปแบบโซลูชัน “ขยายร่อง” เทคนิคการปลูกที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของแปลงปลูก ผสานการใช้แทรกเตอร์คูโบต้า และระบบบันทึกข้อมูล K-field เพื่อให้การทำเกษตรมีความแม่นยำ สามารถวิเคราะห์และบริหารจัดการแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างครบวงจร มุ่งยกระดับศักยภาพการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิตอย่างยั่งยืน จนล่าสุดคัด “สมาร์ต ฟาร์มเมอร์” ที่เข้ารอบ 30 คนสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว เตรียมแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท ราวช่วงปลายปีนี้
นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า จากข้อมูลสถานการณ์อุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทย พบว่าปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังประมาณ 9.32 ล้านไร่ มีผลผลิตรวมกว่า 26.9 ล้านตันต่อปี และมีการส่งออกมากถึง 14.8 ล้านตัน หรือคิดเป็น 55% ของผลผลิตทั้งหมดในประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของมันสำปะหลังต่อเศรษฐกิจและภาคการเกษตรไทย อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยยังเผชิญความท้าทายจากการแข่งขันในตลาดโลก ทำให้การนำเทคโนโลยีและการจัดการข้อมูลเข้ามาช่วยบริหารแปลงเกษตรกลายเป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของเกษตรกรไทย
สยามคูโบต้า และกรมส่งเสริมการเกษตร เห็นความท้าทายและโอกาสของอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยในวันที่เกษตรกรต้องเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้น รวมถึงโรคพืช ความผันผวนของสภาพดินฟ้าอากาศ และการแข่งขันในตลาดโลก เราเชื่อว่าเกษตรไทยจะเดินต่อได้ ต้องไม่ใช่ด้วยการทำแบบเดิม แต่ต้องใช้โซลูชัน เทคโนโลยี และการจัดการข้อมูลเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้งระบบ จึงได้จัดแข่งขัน “คูโบต้า มัน(ส์) ขยายร่อง” โดยนำเทคนิคการปลูกมันสำปะหลังแบบ “ขยายร่อง” ที่ช่วยให้หัวมันสามารถเจริญเติบโตได้เต็มศักยภาพ ลดการเบียดตัวของหัวมัน เพิ่มการระบายน้ำ ลดความเสี่ยงโรคและการเน่าเสีย

วราภรณ์ โอสถาพันธุ์
รวมถึงเอื้อต่อการทำงานของเครื่องจักรกลการเกษตรในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมดิน ใส่ปุ๋ย ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว ช่วยลดแรงงานคนและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการแปลงอย่างเป็นระบบ โดยทำงานร่วมกับแทรกเตอร์คูโบต้ารุ่น B ซึ่งถูกออกแบบให้เหมาะกับการทำงานในแปลงมันสำปะหลังโดยเฉพาะ ด้วยขนาดกะทัดรัด คล่องตัว สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ยกร่องได้อย่างแม่นยำ ช่วยลดต้นทุนในระยะยาว และเพิ่มความต่อเนื่องในการทำงานในแต่ละฤดูกาลผลิต พร้อมกับการนำอุปกรณ์ต่อพ่วงมาใช้ตั้งแต่การระเบิดดินดาน การไถพรวน การปลูกมันสำปะหลัง การกำจัดวัชพืชระหว่างแถวมันสำปะหลัง การพ่นสารควบคุมโรคและแมลง การตัดต้นมันสำปะหลัง การขุดมันสำปะหลัง การขนย้ายมันสำปะหลัง ตลอดระยะเตรียมดิน การปลูก การบำรุงรักษา และการเก็บเกี่ยว

นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังนำแอปพลิเคชัน K-iField ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการแปลงเกษตรแบบ Data-Driven Farming มาใช้เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผน บันทึก และวิเคราะห์ข้อมูลในแปลงได้อย่างครบถ้วน ทั้งข้อมูลการปลูก การใช้ปุ๋ย รายรับ–รายจ่าย และสุขภาพพืชผ่านภาพถ่ายดาวเทียม ช่วยลดการทำเกษตรแบบคาดเดา และเพิ่มโอกาสในการสร้างผลผลิตคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ยังตั้งเป้าสร้าง Agri-Influencer หรือเกษตรกรต้นแบบ ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการปลูกมันสำปะหลังขยายร่องและการใช้เทคโนโลยีสู่ชุมชน และช่องทางออนไลน์ อาทิ TikTok เพื่อขยายองค์ความรู้สู่เกษตรกรรุ่นใหม่ เพื่อผลักดันภาคเกษตรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว เวทีนี้จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขัน แต่เป็นอีกก้าวสำคัญของการผลักดันเกษตรกรไทยสู่เกษตรกรยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และการจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาชีพ และยกระดับภาคการเกษตรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

อัญชลี สุวจิตตานนท์
ด้านนางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า มันสำปะหลังถือเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ที่สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรจำนวนมาก และเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ กรมส่งเสริมการเกษตรจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเกษตรกร
ทั้งนี้ผู้ปลูกมันสำปะหลังให้สามารถผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณภาพ และแข่งขันได้ในตลาดโลก ภายใต้แนวคิด “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” โดยมุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี
และการบริหารจัดการสมัยใหม่มาใช้ในการผลิต เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และลดความเสี่ยงจากปัญหาโรคพืช รวมถึงผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง

ความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตรและสยามคูโบต้าในโครงการ “คูโบต้า มัน(ส์) ขยายร่อง” ถือเป็นอีก
ก้าวสำคัญในการยกระดับเกษตรกรไทยสู่การเป็น Smart Farmer อย่างแท้จริง เพราะไม่เพียงส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตรและระบบข้อมูลดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังสร้างพื้นที่การเรียนรู้ผ่านการลงมือ
ปฏิบัติจริง ให้เกษตรกรได้เรียนรู้การจัดการแปลงอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเตรียมดิน การปลูก การดูแลรักษา
ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว พร้อมทั้งส่งเสริมการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชนและสังคมออนไลน์ เพื่อสร้างเครือข่ายเกษตรกรต้นแบบที่จะช่วยขยายผลสู่เกษตรกรรายอื่นในอนาคต
“กรมส่งเสริมการเกษตรเชื่อว่า เกษตรกรยุคใหม่ต้องเป็นมากกว่าผู้ผลิต แต่ต้องเป็น Smart Solution หรือผู้จัดการแปลงเกษตรที่สามารถใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาช่วยวางแผนและตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการนี้จึงเป็นต้นแบบสำคัญของการพัฒนาเกษตรกรรมไทยสู่ความยั่งยืน พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้เกษตรกรรุ่นใหม่เห็นว่า อาชีพเกษตรกรรมสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงในโลกยุคดิจิทัล” อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับการแข่งขันนี้จะเริ่มต้นขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน 2569 ไปจนถึงเมษายน 2570 โดยเกณฑ์การให้คะแนนแบ่งเป็น 100 คะแนน โดยมาจาก การถ่ายทอดองค์ความรู้ การปลูกมันสำปะหลังขยายร่องสู่เกษตรกรในชุมชน 25 คะแนน การดูแลรักษาแปลงมันขยายร่อง ปลอดโรคใบด่าง และผลผลิตสูง 20 คะแนน การใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรกลการเกษตรคูโบต้า 20 คะแนน การถ่ายทอดองค์ความรู้ ผ่านสื่อโซเชียล TikTok 20 คะแนน และการบันทึกข้อมูลกระบวนการปลูก-เก็บผลผลิตมันสำปะหลัง ผ่าน K-iField 15 คะแนน
ส่วนมูลค่ารางวัลที่ผู้ชนะจะได้รับได้แก่ รางวัลที่ 1 รางวัลถ้วยพระราชทาน ถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 1 รางวัล พร้อมเงินรางวัล 60,000 บาท รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 40,000 บาทรางวัลที่ 3 เงินรางวัล 20,000 บาท รางวัลสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ เงินรางวัลละ 3,000 บาท

ร่วมติดตามและให้กำลังใจผู้เข้าแข่งขัน พร้อมอัปเดตองค์ความรู้โซลูชันการปลูกมันสำปะหลัง ตลอดโครงการ “คูโบต้า มัน(ส์) ขยายร่อง” ได้ทาง เฟซบุ๊กเพจ Siam Kubota และ เฟซบุ๊กเพจ กรมส่งเสริมการเกษตร
