“ประภัตร”สั่งดึงน้ำเจ้าพระยาสู่ท่าจีนช่วยชาวนาสุพรรณฯ หนุนสุดๆให้เลี้ยงสัตว์แทนปลูกข้าว ยันตลาดต้องการสูง

  •  
  •  
  •  
  •  
“ประภัตร” ลงพื้นที่บ้านเกิดเมืองสุพรรณฯ สั่งกรมชลฯดึงน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาลงท่าจีน ช่วยเกษตรกรให้สูบน้ำลงแปลงนาข้าว หลังฝนทิ้งช่วงหลายเดือน ประกาศพร้อมดันโครงการเะลี้ยงสัตว์แทนทำนาสู้วิกฤติ Covid 19 ยืนยันตลาดต้องการสูง เฉพาะโคเนื้อตลาดต่างประเทศต้องการถึงปีละนับล้านตัว ไก่พื้นเมืองอีกกว่า 5 หมื่นตัวต่อวัน และแพะมีความต้องการ 2- 3 แสนตัวต่อปี 
       นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ไปเป็นประธานการประชุมชี้แจงโครงการส่งเสริมอาชีพด้านเกษตรแก้วิกฤต Covid-19 ณ หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี โดยมีนายภูสิต สมจิตต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ผู้แทนจากกรมปศุสัตว์ กรมการข้าว กรมประมง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมด้วย และมีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมรับฟังกว่า 1,000 คน
      นายประภัตร กล่าวว่า ขณะนี้ เกษตกรในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรีกำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับทำนา ซึ่งยอมรับว่าปีนี้มีปริมาณฝนตกเข้าเขื่อนน้อย จึงไม่เพียงพอสำหรับอุปโภคบริโภค แต่ชาวนามีความกังวลจากสภาวะฝนทิ้งช่วงมากว่า 2 เดือน ทำให้ไม่สามารถเริ่มปลูกข้าวได้ตามเดิมคือ 1 พ.ค. แต่นี่กลางเดือน ก.ค. แล้ว กรมชลประทานชี้แจงว่า จะเหลือน้ำใช้อุปโภคบริโภค 30 วัน หากไม่มีฝนตกลงมา อีกทั้งกรมชลประทานขอความร่วมมือไม่เสี่ยงทำนา แต่กระนั้นทางกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่า ต้นเดือน ส.ค. 63 จะมีฝนตกอีกรอบ
     สำหรับพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีมีพื้นที่ทั้งหมด 3.3 ล้านไร่ เป็นเป็นพื้นที่ปลูกข้าว 1.40 ล้านไร่ พื้นที่ชลประทาน 1.6 ล้านไร่ มีโครงการชลประทานทั้งหมด 13 โครงการ ขณะนี้เกษตรกรปลูกข้าวไปแล้วประมาณ 6 แสนไร่ จึงแก้ปัญหาเบื้องต้นให้เกษตรกร โดยกรมชลประทานจะระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา ปล่อยลงมาในแม่น้ำท่าจีน ให้ชาวนาสูบน้ำจากแม่น้ำท่าจีนขึ้นไปหล่อเลี้ยงนาที่ทำแล้วส่วนหนึ่ง พร้อมกันนี้ให้กรมบาดาลและกรมทรัพยากรน้ำเข้ามาเจาะบาดาลเพื่อช่วยเหลืออีกหนึ่ง
     อย่างไรก็ตาม เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร รัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกรที่อาจได้รับผลกระทบ จึงได้อนุมัติเงินจำนวน 50,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง กรมปศุสัตว์ กับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
     วัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถภาคปศุสัตว์ไทย โดยสนับสนุนการจัดการตลาดผลผลิตทางการเกษตรที่เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ สร้างอาชีพทางเลือกใหม่ด้วยการปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมมาเลี้ยงสัตว์ จำหน่ายทั้งภายในและต่างประเทศ และฟื้นฟูอาชีพแก่เกษตรกร ที่ประสบความเดือนร้อนจากภัยพิบัติ ภัยธรรมชาติ และผลกระทบจากราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ โดยส่งเสริมอาชีพทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ มีตลาดรองรับ รวมกลุ่มวิสาหกิจอย่างน้อย 7 คน มีอัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อไม่เกินกลุ่มละ 10 ล้านบาท หรือดอกเบี้ยล้านละ 100 บาท/ปี ระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 62 – 30 พ.ย. 65
      ในส่วนของจังหวัดสุพรรณบุรี โครงการดังกล่าวมีความคืบหน้าไปมาก อาทิ เลี้ยงโคขุน ขณะนี้มีตลาดกลางรับซื้อผลผลิตโคขุนในพื้นที่แล้ว โทาง ธ.ก.ส. เริ่มทยอยปล่อยสินเชื่อซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณา 50 กลุ่ม จาก 180 กลุ่มที่สนใจ  ส่วนการเลี้ยงไก่พื้นเมือง ระยะสั้น 90 วัน ก็ได้รับผลผลิตที่พึงพอใจ และเหมาะกับชาวสุพรรณที่ชื่นชอบในการเลี้ยงไก่ชนอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังส่งเสริมอาชีพทางเลือกใหม่ คือการปลูกขิงโดยใช้เทคโนโลยีใหม่ คือ การเลี้ยงในโรงเรือน ใช้ระบบท่อหยดน้ำ และปลูกด้วยการใช้ขุยมะพร้าวซึ่งให้ผลตอบแทนสูง รวมทั้งการเลี้ยงกุ้ง ซึ่งทุกอย่างมีตลาดรองรับ มีการประกันราคา และประกันขีวิตสัตว์สัตว์กรณีเสียหายอีกด้วย
      “ภายหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนทั่วโลก ทำให้อาจเกิดการขาดแคลนอาหาร ดังนั้นประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพและความพร้อมเป็นแหล่งผลิตอาหารของโลก จึงต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดและใช้วิกฤตตรงนี้เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรไทย ทั้งนี้ ความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์เพิ่มสูงขึ้น ทั้งจากความต้องการของคนในประเทศ นักท่องเที่ยว และต่างประเทศ โดยความต้องการโคเนื้อของต่างประเทศมีมากถึง 500,000 – 1,000,000 ตัวต่อปี ส่วนไก่พื้นเมือง โดยเฉพาะตลาดประเทศกัมพูชาต้องการไม่น้อยกว่า 50,000 ตัวต่อวัน และแพะมีความต้องการ 200,000 – 300,000 ตัวต่อปี”นายประภัตร กล่าว กล่าว
       

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ