“ชีวะภาพ” นำทีมบุกอุดรฯ พบมหกรรมพืชสวนโลกคืบแล้ว 80% จี้รัฐงัดมาตรการเหล็กอุ้ม “พื้นที่ชุ่มน้ำ” ทั่วไทยตามรูปแบบ “หนองแดโมเดล”

“ชีวะภาพ” นำทัพ กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติฯ บุกอุดรธานี เช็คความฟิตมหกรรมพืชสวนโลก “หนองแด” คืบหน้าทะลุ 80% ชูไฮไลต์เด็ดลานเดินลอยฟ้า-หอชมฟองอากาศคาร์บอน ดักคอ อบจ.-อบต. อย่าพัฒนาแบบ “รังแกธรรมชาติ” ปลุกพลังชาวบ้านลุกขึ้นป้องพื้นที่ชุ่มน้ำ ชี้ “หายแล้วหายเลย” จี้รัฐงัดมาตรการเหล็กสางปัญหาพื้นที่ชุ่มน้ำทั่วประเทศกว่า 800 แห่งที่กำลังถูกลืม!

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา นำคณะลงพื้นที่บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ต.กุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เพื่อติดตามความคืบหน้าการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 รวม 134 วัน บนพื้นที่รวมกว่า 1,030 ไร่ นับเป็นครั้งแรกของโลกที่จัดงานพืชสวนโลกบนพื้นที่ชุ่มน้ำควบคู่ไปกับบนบก ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าไปกว่า 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว

โดยมีนายณฐพล วิถี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยฝ่ายจัดงานนำคณะเข้าเยี่ยมชม 6 โซนหลักทั้งบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำและบนบก โดยเฉพาะโซนที่ 6 มีโซนป่าคาร์บอนเครดิตที่มีทางเดินลอยฟ้าเหนือยอดไม้ (Canopy Walk) และหอชมฟองอากาศคาร์บอน ซึ่งถือเป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศและความยั่งยืนของพื้นที่ชุ่มน้ำ

นายชีวะภาพ กล่าวว่า อยากให้ทุกภาคส่วนตื่นตัวคุ้มครอง “พื้นที่ชุ่มน้ำ” ทั่วประเทศที่มีอยู่ราว 800-900 แห่ง ซึ่งหลายแห่งกำลังเสี่ยงสูญหาย ถูกถมดิน หรือถูกลืมทิ้งไว้ พร้อมยกเคส “หนองหานกุมภวาปี” ที่กรมอุทยานฯ ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ถือเป็นก้าวเดินที่มาถูกทาง แต่ต้องต่อยอดให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์จริง

นอกจากนี้ สว.ชีวะภาพ ได้ส่งสัญญาณเตือนไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งอบต. และ อบจ. ว่า การพัฒนาเมืองต้องยึดหลักวิชาการและแนวคิดเมืองสีเขียว (Green City) ต้องเข้าใจคุณค่าของธรรมชาติก่อนลงมือสร้าง ระวังการพัฒนาที่ทำไปโดยขาดองค์ความรู้ จะกลายเป็นการ “รังแก” และทำลายพื้นที่ชุ่มน้ำโดยไม่รู้ตัว!

“อนาคตของพื้นที่ชุ่มน้ำอยู่ที่พี่น้องประชาชนรอบบึง ระบบนิเวศแบบนี้หายแล้วหายเลย ไม่สามารถเอากลับคืนมาได้ ธรรมชาติและมนุษย์ต้องอยู่ร่วมกันเหมือนมือซ้ายและมือขวาที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน หัวใจสำคัญของการจัดการคือ ‘ใช้ประโยชน์ได้ แต่ต้องดูแลด้วย’ เพื่อให้คงอยู่ได้อย่างยั่งยืน” สว.ชีวะภาพ กล่าว