ไทยยังไม่เข้าร่วม UPOV ก.เกษตรฯยืนยัน ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืชฯ ไม่จำกัดสิทธิเกษตรกร ยังสามรถเก็บ ใช้ แลกเปลี่ยน ขายเมล็ดพันธุ์ได้เหมือนเดิม

กระทรวงเกษตรฯ ยืนยันไทยยังเข้าร่วมอนุสัญญาระหว่างประเทศ ว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ หรือ UPOV เพียงแต่อยู่ในขั้นศึกษารายละเอียดยังไม่ตัดสิจใจ การันตี ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืชฯ ฉบับใหม่ ไม่มีการจำกัดสิทธิเกษตรกร ยังสามารถเก็บ-ใช้-แลกเปลี่ยน-จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ได้ตามเดิม ไม่ผิดกฎหมายแน่นอน 

วันที่ 22 กันยายน  2569นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว และนางศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร แถลงข่าวการรับรองพันธุ์ข้าวพันธุ์ใหม่กรมการข้าว และประเด็นกฎหมายพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืชของไทย โดยมี ศ.ดร.อภิชาติ วรรณวิจิตร ที่ปรึกษาอาวุโส ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะนักปรับปรุงพันธุ์ข้าว น.ส.ธิดากุญ แสนอุดม ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์ข้าว กรมการข้าว

นายกฤษ กล่าวว่า จากกระแสการนำเสนอข้อมูลจากโซเชียลมีเดียถึงการที่ประเทศไทยจะเข้าร่วมอนุสัญญา UPOV หรือ International Convention for the Protection of New Varieties of Plants (อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่) ว่าจะเกิดผลดีหรือผลเสียอย่างไร รวมถึงการที่มีข้อกังวลต่อประเด็นดังกล่าว จึงขอยืนยันว่าปัจจุบันประเทศไทยยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาว่า จะเข้าร่วมหรือไม่ ซึ่งจากข้อมูลของกรมวิชาการเกษตรได้ทำการศึกษาและหารือผู้มีส่วนได้เสียเพื่อทบทวนและปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 มาเป็นระยะ และทุกครั้งจะเกิดการต่อต้านจากภาคประชาสังคมจนไม่สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้

อย่างไรก็ตาม กรมวิชาการเกษตรได้รับฟังการปรับปรุงกฎหมายนี้ มาตั้งแต่ ปี 2567 มีการรับฟังความเห็นในกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย (Focus groups) กว่า 8 ครั้งทั่วประเทศ และในปี 2569 ได้จัดประชุมใหญ่เพื่อรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน จำนวน 2 ครั้ง ณ จังหวัดเชียงใหม่ และกรุงเทพมหานคร ตามที่ กรรมาธิการ สส. สว. ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการสร้างการรับรู้ถึงการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช และให้ความรู้เกี่ยวกับอนุสัญญา UPOV1991 พร้อมทั้งมาตรการทางกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ของประเทศอื่น เช่น เวียดนาม ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป เป็นต้น กรมวิชาการเกษตร จึงได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นและให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการดังกล่าว เพื่อให้เกิดความรอบคอบ

สำหรับประเด็นข้อกังวลเรื่อง เกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อจะผิดกฎหมายหรือไม่ ขอยืนยันว่า ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืชฉบับใหม่ จะยังกำหนดอนุญาตให้เกษตรกรรายย่อยเก็บเมล็ดพันธุ์ของพืชอาหารสำคัญของประเทศ เช่น ข้าว ข้าวโพด และถั่วต่าง ๆ ไว้ปลูกต่อในแปลงเพาะปลูกของตัวเองได้โดยไม่มีความผิด และสำหรับพันธุ์พืชพื้นเมือง พันธุ์ดั้งเดิม พันธุ์ท้องถิ่น พันธุ์ที่เกษตรกรเก็บไว้เอง และพันธุ์สาธารณะ รวมถึงพันธุ์การค้าทั่วไป ทุกชนิดพืช ขอยืนยันว่าทั้ง พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืชฉบับปัจจุบันและร่างฉบับใหม่ เกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์ได้ตามปกติทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ จะไม่มีการออกกฎหมายจำกัดสิทธิเกษตรกรในการเก็บรักษา แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายเมล็ดพันธุ์แต่อย่างใด

ด้าน อธิบดีกรมการข้าว กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับประเด็นข้อกังวลที่เกิดขึ้น อาจสร้างความเข้าใจผิดว่าการเข้าร่วมอนุสัญญา UPOV จะสร้างผลเสียต่อพี่น้องเกษตรกรเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริงการนำเสนอแบบนี้อาจทำให้เกิดความสับสนต่อเกษตรกรได้ อย่างไรก็ตาม ในข้อเท็จจริงนั้นประเทศไทยไม่ได้มีเฉพาะในเรื่องของเมล็ดพันธุ์ข้าวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพันธุ์พืชสินค้าเกษตรมูลค่าสูงทุกชนิด เช่น ทุเรียน มะพร้าวน้ำหอม และไม้ดอกไม้ประดับ เป็นต้น อยากให้มองว่าประเทศไทยควรเป็นหนึ่งเดียวกัน เรามีองค์ความรู้และทรัพย์สินทางปัญญาที่จะต้องปกป้อง ซึ่งการเข้าร่วมอนุสัญญาที่เป็นมาตรฐานระดับสากล จะมีผลดีในเรื่องของการรักษาสิทธิขั้นพื้นฐานของเรื่องเหล่านี้ได้