
ภาพ : AI Assisted (ChatGPT)
“กว่า 48 ปีที่สยามคูโบต้าเติบโตเคียงข้างสังคมไทย ไม่เพียงในวันที่ทุกอย่างเดินหน้าอย่างราบรื่น แต่รวมถึงวันที่ต้องเผชิญกับวิกฤต เราพร้อมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง ด้วยกำลังคน เครื่องจักรฯ ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือให้เข้าถึงอย่างรวดเร็ว และพาทุกชีวิตกลับมาก้าวต่อได้อีกครั้ง”
จากสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดน่าน ทั้งน้ำป่า ดินโคลนถล่มส่งผลกระทบให้ถนนและสะพานถูกตัดขาด ตลอดจนพื้นที่การเกษตรและเครื่องจักรกลการเกษตรของเกษตรกรได้รับความเสียหาย บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด จึงเดินหน้าภารกิจ “คูโบต้าพลังใจสู้ภัยน้ำท่วม” นำปัจจัยสำคัญที่เป็นคีย์หลักของการดำเนินธุรกิจของสยามคูโบต้ามาใช้ในการช่วยเหลือภัยพิบัติ อาทิ โดรนการเกษตร แทรกเตอร์ และรถขุดมาช่วยฟื้นฟูหลังน้ำลด การช่วยเหลือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงนำบุคลากรและทรัพยากรเข้าไปสนับสนุนในวันที่เกิดเหตุ

หากแต่มาจากแนวคิดสำคัญว่าในวันที่วิกฤต ความช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพ คือการนำสิ่งที่องค์กร “มี” และ “เชี่ยวชาญ” มาปรับใช้ให้ตรงกับสิ่งที่พื้นที่ต้องการ โดยเฉพาะสยามคูโบต้าที่ทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกรและชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเครือข่ายร้านค้าผู้แทนจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศและมีความเข้าใจพื้นที่ ศักยภาพเหล่านี้จึงเป็นกำลังสำคัญแม้ในยามที่ประเทศไทยเกิดวิกฤตภัยธรรมชาติ

วราภรณ์ โอสถาพันธุ์
นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า สำหรับสยามคูโบต้า การอยู่เคียงข้างเกษตรกรและชุมชนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะการดูแลลูกค้าหลังการขาย แต่รวมถึงวันที่พวกเขาต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก เราจึงพยายามนำศักยภาพที่มีซึ่งเรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญ ได้แก่ การรวมพลังจิตอาสา จากเพื่อนพนักงานตั้งแต่การแพ็กถุงยังชีพ การลำเลียง การฝึกฝนบุคลากรเพื่อสร้างทีมปฏิบัติการเฉพาะกิจให้สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัย การใช้ความเชี่ยวชาญของเครื่องจักรกลการเกษตรคูโบต้า โดยการนำเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตร มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อาทิ นำโดรนการเกษตรคูโบต้ามาใช้ขนส่งเสบียงอาหาร และสิ่งของจำเป็นทางอากาศในพื้นที่เข้าถึงยาก ใช้เครื่องจักรกลการเกษตรแทรกเตอร์ รถขุดมาช่วยฟื้นฟูหลังน้ำลด หรือนำไปประยุกต์เป็นยานพาหนะเพื่อขนส่งผู้โดยสาร

นอกจากนี้ยังมี เครือข่ายที่เข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าผู้แทนจำหน่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศที่พร้อมสนับสนุนกำลังคนและเครื่องจักรฯ ด้วยความใกล้ชิดกับเกษตรกรและชุมชนทำให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากพื้นที่ในจุดที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งในครั้งนี้เราได้รับความร่วมมืออย่างดีจากร้านค้าผู้แทนจำหน่าย “คูโบต้าน่าน” ทั้งยังได้มีโอกาสร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรต่าง ๆ ที่เข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่อีกด้วย เพราะสิ่งสำคัญคือการเข้าไปช่วยให้ตรงกับความต้องการของพื้นที่ ที่ผ่านมาไม่ได้จำกัดเพียงการส่งมอบสิ่งของจำเป็นหรือถุงยังชีพ แต่ยังนำความมุ่งมั่นตั้งใจผนวกกับความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วยให้พี่น้องประชาชนและเกษตรกรสามารถกลับคืนสู่การดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพได้โดยเร็วที่สุด

“กว่า 48 ปีที่สยามคูโบต้าเติบโตเคียงข้างสังคมไทย ไม่เพียงในวันที่ทุกอย่างเดินหน้าอย่างราบรื่น แต่รวมถึงวันที่ต้องเผชิญกับวิกฤต เราพร้อมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง ด้วยกำลังคน เครื่องจักรฯ ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือให้เข้าถึงอย่างรวดเร็ว และพาทุกชีวิตกลับมาก้าวต่อได้อีกครั้ง ไม่ว่าสถานการณ์ข้างหน้าจะเป็นเช่นไร เราภูมิใจที่ได้ใช้สิ่งที่เรามีและสิ่งที่เราถนัดช่วยพี่น้องประชาชนก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปด้วยกัน สยามคูโบต้าจะยังคงยืนหยัดอยู่เคียงข้างเกษตรกร พี่น้องประชาชน และสังคมไทยในทุกช่วงเวลา รอยยิ้มและความสุขของทุกคนทำให้รู้ว่าทุกแรงที่เราทุ่มเทมีความหมาย …ไม่ใช่แค่สิ่งที่ทำในวันนี้ แต่คือคำมั่นสัญญาที่เราได้ยึดถือและปฏิบัติตลอดมา” นางวราภรณ์ กล่าว

ด้าน นายเอกอนันต์ ชนะทะเล Senior Farm Experience Executive กล่าวถึงการลงพื้นที่ในฐานะหัวหน้าทีมปฏิบัติการเฉพาะกิจคูโบต้าจิตอาสาว่า ทันทีที่ได้รับภารกิจ ทีมคูโบต้าจิตอาสาได้เข้าให้การช่วยเหลือ รวมถึงประสานกับร้านค้าผู้แทนจำหน่ายคูโบต้าน่าน และมูลนิธิจิตอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย มูลนิธิประสาทบุญสถาน พิษณุโลก และเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อสำรวจสถานการณ์และวางแผนการช่วยเหลือตามข้อจำกัดของแต่ละจุด ทั้งในอำเภอเมืองและอำเภอปัว ซึ่งประสบปัญหาถนนและสะพานขาดจากกระแสน้ำ
รวมถึงดินและต้นไม้กีดขวางเส้นทาง ส่งผลให้การนำอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นเข้าไปช่วยเหลือด้วยวิธีปกติทำได้ยาก โดรนการเกษตรคูโบต้าของเราจึงถูกประยุกต์สู่ภารกิจขนส่งทางอากาศ พร้อมด้วยทีมงานที่มีทักษะและประสบการณ์ด้านการบินโดรนเข้าประเมินเส้นทาง และสภาพพื้นที่ ก่อนนำอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นลำเลียงไปยังพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เข้าถึงยาก ซึ่งภารกิจของเราได้มีส่วนช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยในหลายจุดที่ยังรอคอยความช่วยเหลือ

อานนท์ ศรีสุภาพ
ขณะที่ นายอานนท์ ศรีสุภาพ เจ้าหน้าที่สนับสนุนกิจกรรมขายและการตลาดภาคเหนือ หนึ่งในคูโบต้าจิตอาสา ที่ร่วมฟื้นฟูพื้นที่ของชุมชนกล่าวว่า “สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก ทีมงานได้นำแทรกเตอร์คูโบต้ารุ่น M50 และ M60 ลงพื้นที่ พร้อมประสานความร่วมมือกับผู้แทนจำหน่ายคูโบต้าน่าน เพื่อสนับสนุนแทรกเตอร์และรถขุด นอกจากนี้ ทีมช่างเทคนิคบริการสยามคูโบต้า ได้เข้าสำรวจและเก็บกู้เครื่องจักรกลการเกษตรที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมที่จมน้ำ ก่อนส่งต่อให้ร้านค้าผู้แทนจำหน่ายคูโบต้าน่านตรวจเช็กและซ่อมแซม เราทุกคนตั้งใจทำงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้สถานการณ์ในพื้นที่กลับคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด”

อนุวัฒน์ ธัญญะ
ส่วนนายอนุวัฒน์ ธัญญะ ลูกค้าแทรกเตอร์คูโบต้า กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้นำแทรกเตอร์และรถขุดมาร่วมปฏิบัติงานเป็นจิตอาสากับทีมกับสยามคูโบต้า เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวน่านด้วยกัน แม้ที่บ้านจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแต่ก็ยังไม่มากเท่าความเสียหายในพื้นที่อำเภอเมืองและอำเภอปัว จึงอยากนำทั้งแรงกายและเครื่องจักรฯ ที่เรามีมาช่วย ซึ่งทำให้เห็นว่าเครื่องจักรคูโบต้าไม่ได้มีบทบาทเฉพาะในการทำเกษตรเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาช่วยเคลียร์ดินโคลน เปิดเส้นทาง และฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ขอขอบคุณทีมจิตอาสาสยามคูโบต้าทุกคนที่เข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้ และดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของพลังเล็ก ๆ ที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กว่า 48 ปีที่สยามคูโบต้าเติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างแท้จริง จะเห็นได้จากในยามปกติ สยามคูโบต้าเดินหน้าขับเคลื่อนเพื่อยกระดับภาคเกษตรไทยด้วยการให้ความรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่สู่ภาคเกษตรไทยอย่างต่อเนื่อง ทว่า…ยามวิกฤติที่เกิดภัยพิบัติ อย่างเหตุการณ์น้ำท่วม หรืออุทกภัยในจังหวัดน่าน ทั้งน้ำป่า ดินโคลนถล่ม จนถนน สะพานถูกตัดขาด ตลอดจนพื้นที่การเกษตรและเครื่องจักรกลการเกษตรของเกษตรกรได้รับความเสียหาย สยามคูโบต้า พร้อมยื่นมือให้การช่วยเหลือภายใต้ภารกิจ “คูโบต้าพลังใจสู้ภัยน้ำท่วม” และไม่เพียงแต่ที่จังหวัดน่าน หากแต่ให้การช่วยภายโครงการเดียวนี้ทั่วประเทศ อย่างที่ปรากฏให้เห็นตลอดกว่า 48 ปีที่ผ่านมานั่นเอง
