“ศพร.”ร่วมตำรวจสอบสวนกลาง จับสารเร่งเนื้อแดง อายัดของกลางรวมกว่า 32 ล้าน

“ศพร.” ปฏิบัติการร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง สามารถจับสารเร่งเนื้อแดง ก่อนกระทบตลาดโคเนื้อเป็นวงกว้าง พร้อมอายัดของกลางรวมกว่า 32 ล้านบาท

     นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) กล่าวผลการดำเนินงานร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค  โดยมี นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ นายชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ สำนักงานตำรวจสอบสวนกลาง ว่า  ศพร. บูรณาการสกัดกั้นขบวนการกระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย

โดยเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง บูรณาการปฏิบัติการสกัดกั้นสารเร่งเนื้อแดง อย่างต่อเนื่องกว่า 8 เดือน ซึ่งตรวจพบสารเร่งเนื้อแดงทั้งในเนื้อโค ฟาร์มเลี้ยง อาหารสัตว์ จนถึงตลาด พบโคเกี่ยวข้องรวม 967 ตัว อายัดของกลางมูลค่ารวม 32,366,240 บาท จับผู้จำหน่ายสารต้นทาง พบเงินสะพัดกว่า 80 ล้านบาท

สำหรับการสกัดกั้นครั้งนี้ช่วยหยุดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง ก่อนโคและเนื้อที่เกี่ยวข้องจะเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารของผู้บริโภคและประชาชน ได้กว่า 125 ตัน ทั้งนี้ ศพร. และเจ้าหน้าที่ยังคงสืบสวนขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้อง เส้นทางการจำหน่าย และเครือข่ายที่อาจเชื่อมโยงถึงตัวการใหญ่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุดต่อไป

​     ด้านนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สารเร่งเนื้อแดงกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ เช่น ยาซัลบูตามอล เป็นยาอันตรายและเป็นวัตถุที่ห้ามใช้ผสมในอาหารสัตว์อย่างเด็ดขาด เพราะอาจตกค้างในเนื้อสัตว์และกระทบผู้บริโภคโดยตรง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน หญิงตั้งครรภ์ และเด็ก ผู้ที่บริโภคเนื้อสัตว์ที่มีสารตกค้างอาจมีอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ มือสั่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือเวียนศีรษะ และหากมีอาการรุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

ดังนั้นจึงห้ามนำสารเร่งเนื้อแดงหรือสารเคมีต้องห้ามผสมในอาหารสัตว์โดยเด็ดขาด ผู้ฝ่าฝืนมีความผิดทางอาญาและอาจได้รับโทษทั้งจำคุกและปรับ ขณะเดียวกัน ขอให้ประชาชนเลือกซื้อเนื้อสัตว์จากแหล่งจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ และมีเครื่องหมายรับรอง “ปศุสัตว์ OK” จากกรมปศุสัตว์ เพื่อความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและประชาชนด้วย