
กระทรวงเกษตรฯ เร่งช่วยเหลือเกษตรกรมันสำปะหลัง ได้ฤกษ์ ดีเดย์ Sandbox 3 จังหวัด ปราบโรคใบด่าง เพื่อเป็นศูนย์กลางการทดลองและควบคุมโรคระบาดอย่างเป็นระบบ พร้อมเตรียมแจก 3 สายพันธุ์ใหม่ต้านทานโรคถาวร
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือสถานการณ์โรคใบด่างมันสำปะหลัง โดยมี นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และภาคเอกชน เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 123 เพื่อร่วมกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลัง (CMD) อย่างเป็นรูปธรรม ฟื้นฟูปริมาณผลผลิต และคืนขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่อุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทย เพื่อผลักดันการส่งออกสู่ตลาดโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ในที่ประชุมหารือในครั้งนี้ ได้เห็นชอบการขับเคลื่อน “โครงการ Sandbox นำร่อง 3 จังหวัด” ในพื้นที่ นครราชสีมา
ศรีสะเกษ และกาญจนบุรี เพื่อเป็นศูนย์กลางการทดลองและควบคุมโรคระบาดอย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการนวัตกรรมเกษตรแม่นยำ เทคโนโลยีระบบน้ำหยด การใช้ปุ๋ยสั่งตัด สารชีวภัณฑ์ ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ (Tissue Culture) ร่วมกับการบริหารจัดการแปลงขยายพันธุ์ปลอดโรค โดยมี นายพงศ์ไท ไทโยธิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่เป็นประธานคณะทำงานขับเคลื่อน เพื่อเร่งเปลี่ยนผ่านผลการทดสอบไปสู่การปฏิบัติงานจริงในระดับพื้นที่อย่างรวดเร็ว
พร้อมกันนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้นำยุทธศาสตร์ “4C for CMD Model” มาใช้บริหารจัดการโรคระบาดอย่างเข้มงวด ประกอบด้วย Clean (การบริหารจัดการท่อนพันธุ์สะอาดและจัดทำ Zoning) Control (การตีกรอบพื้นที่ระบาดตามระดับความรุนแรงและมาตรการ IPM) Community (การจัดตั้งธนาคารท่อนพันธุ์ในชุมชน หรือ Seed Bank) และ Cooperate (การสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน) ควบคู่กับการคุมเข้มมาตรการปราบปรามการซื้อขายท่อนพันธุ์ติดโรคบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และลักลอบจัดส่งพัสดุผ่านไปรษณีย์หรือขนส่งเอกชน พร้อมตั้งเป้าหมายเปลี่ยนผ่านจากการใช้พันธุ์ทนทานไปสู่การใช้ “พันธุ์ต้านทาน 100%” เพื่อตัดวงจรการระบาดของโรคอย่างถาวร

สรวุฒิ เนื่องจำนงค์
ด้านการสนับสนุนเกษตรกร กรมส่งเสริมการเกษตร อยู่ระหว่างเสนองบกลางวงเงิน 664.794 ล้านบาท เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) เพื่อดำเนินโครงการบริหารจัดการท่อนพันธุ์สะอาดและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ครอบคลุม 100,000 ไร่ โดยตั้งเป้าผลิตท่อนพันธุ์ทนทาน 160 ล้านลำ และท่อนพันธุ์ต้านทาน 4.48 ล้านลำ เพื่อกระจายสู่เกษตรกร อีกทั้ง กระทรวงเกษตรฯ ได้อนุมัติงบกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร 154.485 ล้านบาท สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ย 0% ระยะเวลา 3 ปี รายละไม่เกิน 50,000 บาท สำหรับติดตั้งระบบน้ำหยด ขณะที่ภาคเอกชน อาทิ สมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย และมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังฯ ได้ร่วมอัดฉีดนวัตกรรมตัดท่อนพันธุ์สั้น (8–10 ซม.) ช่วยเพิ่มอัตราการขยายพันธุ์ได้เร็วขึ้นสูงสุดถึง 10 เท่า และกระจายท่อนพันธุ์ต้านทานสู่มือเกษตรกรแล้วกว่า 5 ล้านลำ
นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตรเตรียมเปิดตัวท่อนพันธุ์ต้านทานโรคใบด่างและโรคพุ่มแกล้ง 3 พันธุ์ใหม่ ได้แก่ กวก. ระยอง 19 กวก. ระยอง 21 และ กวก. ระยอง 23 ในช่วงต้นปี 2570 ซึ่งให้ผลผลิตสูงถึง 6–8 ตันต่อไร่ เพื่อเป็นอาวุธสำคัญในการฟื้นฟูผลผลิตรวมของประเทศกลับสู่เป้าหมาย 35 ล้านตันภายใน 3 ปี ควบคู่ไปกับการเร่งปรับปรุง พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลเพื่อคุ้มครองสิทธินักวิจัยไทย ตลอดจนการสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) กับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นและรักษาตำแหน่งผู้นำการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยในตลาดโลกอย่างแท้จริง
