ข่าวดี! กรมประมงชวนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเล เข้าร่วมโครงการลดต้นทุนการผลิตด้วยโซลาร์เซลล์ พร้อมหนุนงบ 50% สมัครได้ถึง 16 ต.ค. 69 นี้

กรมประมงขอเชิญชวนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งทะเลสมัครเข้าร่วม “โครงการลดต้นทุนการผลิตกุ้งทะเลเพื่อการบริโภคภายในประเทศด้วยการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปี 2569” มุ่งเน้นการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับเกษตรกร ด้วยการส่งเสริมการใช้ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตั้งเป้าคัดเลือกเกษตรกร 1,000 ราย สมัครได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. – 16 ต.ค. 69

นายมานพ หนูสอน รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมกุ้งทะเลนับเป็นภาคการผลิตที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะกุ้งขาวแวนนาไม ซึ่งเป็นชนิดพันธุ์ที่เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงและตลาดยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การเลี้ยงกุ้งทะเลในระบบการเลี้ยงแบบพัฒนา (Intensive/Semi-intensive culture system) จำเป็นต้องใช้เครื่องเติมอากาศและระบบจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของน้ำ ลดการสะสมของสารอินทรีย์ในบ่อ และลดความเสี่ยงจากการเกิดโรค ส่งผลให้เกษตรกรมีต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าค่อนข้างสูง ขณะเดียวกันกระบวนการผลิตยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

                                                            มานพ หนูสอน

กรมประมง โดยกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง จึงดำเนิน “โครงการลดต้นทุนการผลิตกุ้งทะเลเพื่อการบริโภคภายในประเทศด้วยการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปี 2569” เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรนำพลังงานทางเลือกและเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูงมาใช้ในกระบวนการผลิต ควบคู่กับการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และเทคนิคการจัดการฟาร์มที่ช่วยลดต้นทุนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายคัดเลือกเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลเข้าร่วมโครงการ จำนวน 1,000 ราย ครอบคลุมพื้นที่ 36 จังหวัด ตามประกาศคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดที่กำหนดเขตเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสำหรับกิจการการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควบคุม ประเภทการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล

โดยกรมประมงจะสนับสนุนงบประมาณสำหรับการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ ร่วมกับชุดมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง ในอัตราร้อยละ 50 ของมูลค่าการลงทุน วงเงินไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย/ชุด และเกษตรกรจะต้องสมทบงบประมาณส่วนที่เหลือในจำนวนเท่ากับหรือไม่น้อยกว่าวงเงินที่ได้รับการสนับสนุน โดยเจ้าหน้าที่กรมประมงจะคอยให้คำปรึกษา ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด รวมถึงจัดเก็บข้อมูลผลผลิตและต้นทุนด้านพลังงานของเกษตรกร เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการ ซึ่งคาดว่าเมื่อสิ้นสุดโครงการฯ จะสามารถช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าต่อหน่วยการผลิตให้แก่เกษตรกรได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 นอกจากจะช่วยบรรเทาภาระด้านต้นทุนการผลิตแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรมีความรู้และสามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการฟาร์มได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การพัฒนาระบบการผลิตกุ้งทะเลที่มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

สำหรับคุณสมบัติของเกษตรกรที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ ต้องได้รับการรับรองหรืออยู่ระหว่างการขอการรับรองมาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี ได้แก่ GAP, CoC, มกษ. 7401, มกษ. 7436, ASC หรือ BAP โดยกรณีอยู่ระหว่างการขอรับรองมาตรฐานฯ เกษตรกรต้องมีประสบการณ์การเลี้ยงกุ้งไม่น้อยกว่า 1 ปี นอกจากนี้ ต้องมีประวัติการเข้าใช้งานโปรแกรมประยุกต์การออกหนังสือกำกับการซื้อขายสัตว์น้ำ (APD) หรือการออกหนังสือกำกับการซื้อขายสัตว์น้ำ (APPD) ในระยะเวลา 1 ปีก่อนสมัครเข้าร่วมโครงการ และต้องมีข้อมูลการใช้ไฟฟ้าหรือข้อมูลปริมาณการใช้พลังงานและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของฟาร์มย้อนหลังไม่น้อยกว่า 12 เดือน รวมถึงต้องไม่เคยได้รับการสนับสนุนโซลาร์เซลล์และ/หรือมอเตอร์จากหน่วยงานภาครัฐภายในระยะเวลา 1 ปีก่อนเข้าร่วมโครงการ และกำหนดให้เกษตรกร 1 ราย สามารถเข้าร่วมโครงการได้เพียง 1 สิทธิ์เท่านั้น

ทั้งนี้ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 16 ตุลาคม 2569 ณ หน่วยงานภายใต้สังกัดกรมประมงในพื้นที่ หรือสมัครผ่านทางอีเมลของหน่วยงาน โดยกรมประมงจะพิจารณาคุณสมบัติผู้สมัครและประกาศรายชื่อเกษตรกรที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 โดยสามารถดาวน์โหลดรายละเอียดและเงื่อนไขการสมัครได้ทาง QR Code ด้านล่าง หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง กรมประมง โทรศัพท์ 0 2940 6295