กฟก. เดินหน้าดัน “Mass Product” ของเกษตรกร 4 กลุ่มใน 26 จังหวัด เป้าหมายโกอินเตอร์

เลขาธิการฯ กฟก. ประกาศชัด เดินหน้าส่งเสริมและพัฒนาองค์กรเกษตรกรในพื้นที่ภาคกลาง ครอบคลุม 4 กลุ่มบูรณาการ 26 จังหวัด ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ยันปลายน้ำ ผลักดันสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพสู่ “Mass Product” ให้มีปริมาณเพียงพอ คุณภาพและมาตรฐานสม่ำเสมอ สามารถรองรับตลาดขนาดใหญ่ หวังต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศ
นางวรรณี มหานีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เป็นประธานเปิด “โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการยกระดับคุณภาพของผลผลิต ผลิตภัณฑ์ และช่องทางการตลาด” ณ บริเวณสระมรกต ชั้น 1 อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 โดยมี นายทศพล วิชัยดิษฐ รองเลขาธิการ นางโสมสุดา โพธิ์อินทร์ ผู้อำนวยการสำนักฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ดร.วิญญู สะตะ ผู้อำนวยการสำนักกิจการสาขาภูมิภาคที่ 2 พร้อมด้วยหัวหน้าส่วน พนักงาน และเจ้าหน้าที่เข้าร่วม
                                                  วรรณี มหานีรานนท์ 
นางวรรณี กล่าวว่า กฟก. มุ่งส่งเสริมและพัฒนาองค์กรเกษตรกรในพื้นที่ภาคกลาง ครอบคลุม 4 กลุ่มบูรณาการ 26 จังหวัด ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ โดยผลักดันสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพสู่ “Mass Product” ซึ่งต้องมีปริมาณเพียงพอ คุณภาพและมาตรฐานสม่ำเสมอ สามารถรองรับตลาดขนาดใหญ่ พร้อมขยายช่องทางจำหน่ายทั้งตลาดสมัยใหม่ (Modern Trade) และต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศ
 สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ สำนักงานสาขาจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง ร่วมออกบูธนำผลผลิต สินค้าเกษตรแปรรูป และผลิตภัณฑ์ขององค์กรเกษตรกรมาจัดแสดงและจำหน่าย เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาด สร้างโอกาสให้สินค้าเกษตรเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง และประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ขององค์กรเกษตรกรให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
นอกจากนี้ กฟก. ยังใช้พื้นที่จัดงานเป็นเวที ทดลองตลาดและเก็บข้อมูล (Data) ทั้งยอดจำหน่าย ความสนใจ และกระแสตอบรับของผู้บริโภคต่อสินค้าแต่ละประเภท เพื่อนำมาวิเคราะห์และใช้วางแผนพัฒนาคุณภาพสินค้า บรรจุภัณฑ์ และช่องทางการตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

โครงการจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10–14 สิงหาคม 2569 ณ บริเวณสระมรกต ชั้น 1 อาคารรัฐสภา เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ “ช้อป–ชิม–ชิล” เลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์คุณภาพจากองค์กรเกษตรกรโดยตรง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกในการเพิ่มมูลค่าผลผลิต ขยายโอกาสทางการตลาด และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน