กรมวิชาการเกษตร โชว์ความสำเร็จนวัตกรรม “จีโนมพืช” ปีแรกได้มาแล้ว “อ้อยทนเค็ม-มะเขือเทศทนร้อน-ข้าวหอมนุ่ม” เป้าปักหมุดไทยฮับนวัตกรรมอาเซียน

พลิกโฉมวงการเกษตรไทยสู่อนาคต! กรมวิชาการเกษตร เปิดเวทีโชว์ผลงานนวัตกรรมปรับแต่งจีโนมพืชปีแรก งัดไม้เด็ด “อ้อยทนเค็ม-มะเขือเทศทนร้อน-ข้าวหอมนุ่ม” ดันงานวิจัยจากห้องแล็บสู่แปลงปลูก หวังช่วยเกษตรกรลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต พร้อมรับลูก 5 นโยบายหลักกระทรวงเกษตรฯ ดันไทยผงาดสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมพันธุ์พืชแห่งภูมิภาค

วันที่ 5 สิงหาคม 2569 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธานเปิดงาน “GEd Innovation Showcase 2026: ผลงานและความสำเร็จนวัตกรรมการปรับแต่งจีโนมพืช นวัตกรรมปรับแต่งจีโนมพืช (Genome Editing) หรืแ GEd ปีที่ 1” ณ โรงแรมมารวยการ์เด้น โดยผนึกกำลังร่วมกับ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก.และเครือข่ายนักวิจัยจากภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน เพื่อเร่งผลักดันผลงานวิจัยให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในภาคการผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม

รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ 

ทั้งนี้เป็นการขับเคลื่อนด้วย 5 นโยบาย “เกษตรนวัตกรรม” การเดินหน้าเทคโนโลยี GEd ในครั้งนี้ สอดรับกับ 5 นโยบายหลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้แนวคิด “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” อย่างเต็มรูปแบบ ได้แก่:

– ยกระดับการผลิตด้วยนวัตกรรม: นำ Big Data, AI และเทคโนโลยีดิจิทัลมาทำเกษตรแม่นยำ (Precision Farming) เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต

เพิ่มรายได้และพัฒนาศักยภาพ: มุ่งเน้นการแปรรูปเพิ่มมูลค่า (Value Added) และปั้นเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการ

– ตลาดนำการผลิต: วางแผนการผลิตให้แม่นยำ ตรงตามความต้องการของตลาด เพื่อแก้ปัญหาสินค้าล้นตลาด

– บริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน: พัฒนาระบบชลประทานและระบบเตือนภัยอัจฉริยะรับมือสภาพอากาศแปรปรวน

– ขับเคลื่อนองค์กรเชิงรุก: ยกระดับการบริการภาครัฐผ่านระบบ e-Service เพื่ออำนวยความสะดวกและแก้ปัญหาให้เกษตรกรอย่างรวดเร็ว

นายรพีภัทร์ เปิดเผยว่า เทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม (Genome Editing: GEd) คือเครื่องมือปรับปรุงพันธุ์พืชสมัยใหม่ที่มีความแม่นยำสูง สามารถพัฒนาพืชให้ “ทนแล้ง ทนเค็ม ทนร้อน ต้านทานโรคและแมลง” รวมถึงเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการได้อย่างรวดเร็ว กรมวิชาการเกษตร ได้วางรากฐานการขับเคลื่อน GEd ใน 3 ด้าน คือ

1. พัฒนาระบบกำกับดูแลบนพื้นฐานวิทยาศาสตร์ที่ปลอดภัยและโปร่งใส 2. ส่งเสริมการวิจัยพืชเศรษฐกิจเป้าหมาย และ 3. สร้างเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ เป้าหมายสูงสุดของเราคือ งานวิจัยต้องไม่หยุดแค่ในห้องปฏิบัติการ แต่ต้องสามารถนำไปใช้ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรได้จริง

ด้านนางสาวกุลวรา โชติพันธุ์โสภณ รองผู้อำนวยการ สวก. กล่าวเสริมว่า สวก. ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนงานวิจัยด้านการปรับแต่งจีโนมอย่างครบวงจร เพื่อผลักดันนวัตกรรมสู่ภาคการผลิต โดยภายในงานได้มีการนำเสนอผลงานที่น่าทึ่งมากมาย อาทิ อ้อยทนเค็ม, มะเขือเทศทนร้อนและมีความหวานพิเศษ รวมถึงการปรับปรุงความหอมและความนุ่มของข้าว

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก Professor Dr. Hiroshi Ezura จาก University of Tsukuba ประเทศญี่ปุ่น ร่วมบรรยายพิเศษ เจาะลึกความสำเร็จในการพัฒนามะเขือเทศที่มีสาร GABA สูง ด้วยเทคโนโลยี GEd อีกด้วย

ก้าวต่อไปของกรมวิชาการเกษตร คือการเร่งยกระดับระบบรับรองและสร้างความเข้าใจแก่สังคม เพื่อขยายผลสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และการส่งออก เดินหน้าพัฒนาระบบนิเวศ GEd ให้ครบวงจร และปักธงนำประเทศไทยสู่การเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรมการปรับปรุงพันธุ์พืชของภูมิภาคอาเซียน” อย่างยั่งยืน