
โก โฮลเซลล์ ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารที่มีความสดใหม่ตลอดเวลา เพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จึงมุ่งมั่นเฟ้นหาวัตถุดิบที่ขึ้นชื่อและมีเอกลักษณ์มานำเสนอ ล่าสุดรับซื้อ “หอยหินงาม” หนุนวิถีชาวบ้านพุมเรียง จ.สุราษฎร์ธานี หวังดันวัตถุดิบท้องถิ่นใต้ขึ้นห้างฯ ก่อนส่งต่อเมนูลับต่อยอดไอเดียผู้ประกอบการร้านอาหาร
นางสาวฐิติพรรณ สินเพราะนิติกุล ผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารสินค้าอาหารทะเลและสินค้าแปรรูป บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด นำทีมงาน โก โฮลเซลล์ บุกไปยังหมู่บ้านชาวประมงแหลมโพ อำเภอพุมเรียง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อนั่งเรือชาวบ้านตามดูแหล่งเก็บ “หอยหินงาม” หรือ “หอยสับเค็จ” บริเวณสันทรายรอบเกาะหัวเสร็จ ที่มีให้เก็บตลอดทั้งปี แต่พบมากที่สุดในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนตุลาคม

สำหรับ “หอยหินงาม” หรือ “หอยสับเค็จ” เป็ยนหอยท้องถิ่นที่พบมาก บริเวณเกาะหัวเสร็จ อำเภอพุมเรียง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นแหล่งที่มีระบบนิเวศทางทะเลอุดมสมบูรณ์ และหอยชนิดนี้เป็นที่ต้องการของร้านอาหาร และได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้านักชิมที่ชื่นชอบการร้บประทานหอยในลักษณะเนื้อแน่นสีขาว เคี้ยวหนุบหนับ รสหวานตามธรรมชาติ มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ นิยมนำไปปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็น ผัดฉ่า ต้มตะไคร้ใบโหระพา ผัดน้ำพริกเผา ทอดกระเทียม ฯลฯเป็นต้น
“โก โฮลเซลล์ มุ่งเน้นการคัดสรรวัตถุดิบที่ดีมีมาตรฐานและเป็นที่ต้องการของลูกค้าผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง โดยหอยหินงามนี้ เป็นรายการหนึ่งที่มีความต้องการมาก เป็นสินค้าท้องถิ่นของชาวประมงพื้นบ้าน ที่ยึดอาชีพหาหอยชนิดนี้กันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ปกติจะเข้าถึงได้ยาก แต่ โก โฮลเซลล์ ได้รับซื้อมาจำหน่ายเพื่อทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงง่ายขึ้น รวมถึงช่วยส่งเสริมชาวประมงพื้นบ้าน สร้างรายได้ที่มั่นคงให้คนในพื้นที่” นางสาวฐิติพรรณ กล่าว

ทั้งนี้ โก โฮลเซลล์ เล็งเห็นความต้องการของผู้ประกอบการ และอยากทำให้หอยหินงาม เป็นวัตถุดิบที่เข้าถึงได้ จึงรับซื้อมาจำหน่ายที่ โก โฮลเซลล์ เพราะอยากให้หอยชนิดนี้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ผู้ประกอบการร้านอาหาร หรือนักปรุงที่ชื่นชอบวัตถุดิบประเภทหอย ก็จะหาซื้อได้ง่ายขึ้น และได้ลิ้มรสชาติเนื้อแน่น เคี้ยวหนุบหนับ มีรสหวานตามธรรมชาติ
ด้าน นางวิญญา ยังอ้น เจ้าของเจ๊สาวฟาร์ม เล่าว่า ชาวบ้านพุมเรียงหลายร้อยครัวเรือน มีอาชีพทำประมงกันส่วนใหญ่ และจะรู้กันดีว่า สันทรายตรงเกาะหัวเสร็จ คือแหล่งหอยสับเค็จ ที่อาศัยอยู่ใต้ผืนทราย มีให้เก็บตลอดทั้งปี เป็นหอยธรรมชาติพื้นถิ่น ที่มีมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายแล้ว ช่วงเวลาที่มีหอยให้เก็บเยอะที่สุด คือช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนตุลาคม

การหาหอยของชาวบ้านขึ้นกับน้ำทะเล ถ้าน้ำทะเลลงเมื่อไร นั่นคือสัญญาณจากธรรมชาติที่บอกให้ชาวบ้านแหลมโพเตรียมพร้อม พกเสียม ตาข่าย ถังแกลลอนผูกเชือก นั่งเรือออกจากฝั่งมายังสันทราย หรือสันหลังมังกร ที่เป็นหาดทรายทอดยาวบริเวณรอบเกาะหัวเสร็จ แหล่งอาศัยของหอยหินงามได้แล้ว ซึ่งจะผันเปลี่ยนไปตามฤดูกาล บางช่วงน้ำทะเลลงกลางวัน บางช่วงเป็นกลางคืน
เมื่อถึงแล้วทุกคนจะเริ่มปฏิบัติภารกิจ ตามหาหอย โดยมองหารูเล็กๆ บนผืนทราย แล้วใช้เสียมขุดให้ลึกประมาณ 1 ฟุต จากนั้นใช้มือล้วงหาหอยให้เร็วที่สุด ก่อนที่มันจะมุดหนีไป ตรงนี้ชาวบ้านบอกต้องใช้ความชำนาญ ถ้าไม่ไว ก็ไมได้หอย หรือหากขุดไม่เป็น หอยก็แตกเสียหายได้

“เวลาในการหาหอย ขึ้นอยู่กับน้ำทะเลขึ้นลง และแรงในการขุดหาของชาวบ้าน ปกติเฉลี่ยจะใช้เวลาเก็บประมาณ 3-4 ชั่วโมงต่อรอบ หนึ่งรอบเก็บหอยได้เฉลี่ย 15 กิโลกรัม ที่สำคัญ พวกเขายังคงรักษาวิถีการเก็บหอยแบบดั้งเดิม ไม่เก็บหอยทุกขนาดนะ แต่ละจะเลือกเก็บหอยที่มีขนาดใหญ่เป็นที่ต้องการเท่านั้น หรือ ขนาด 25-30 ตัวต่อกิโลกรัม ถ้าเจอตัวเล็กจะปล่อยไว้ที่เดิม เพื่อให้เขาเติบโตเป็นรุ่นต่อๆ ไป และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งทำกิน สร้างรายได้ให้ชาวบ้านพุมเรียงมานานแล้ว” “นางวิญญา กล่าว
เธอ บอกด้วยว่า แรกเริ่มหอยชนิดนี้ คนรู้จักเพราะนำไปทดแทนหอยท้ายเภา หรือหอยตะเภาที่มีเฉพาะฤดูกาล เมื่อร้านอาหารได้นำไปทำเมนูต่างๆ ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ก็ทำให้หอยหินงามเริ่มเป็นที่รู้จัก คนนิยม และเป็นที่ต้องการของร้านอาหารมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้กรมประมงยังผลักดัน หอยหินงาม โดยเข้ามาเก็บข้อมูลเพื่อเสนอเป็นสินค้า GI หรือ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ด้วย
อยากรู้ว่า รสชาติจะดีเด็ดเป็นเอกลัษณ์แค่ไหน ไปตามหา “หอยหินงาม” ตัวสวยๆ เนื้อแน่นๆ ได้ที่ โก โฮลเซลล์ ทุกสาขาทั่วประเทศ!
