เปิดโครงการประชาสัมพันธ์กล้าพันธุ์กาแฟ หนุนเกษตรกรใช้พันธุ์กาแฟคุณภาพที่เชียงราย

“ปิยะรัฐชย์” เปิดโครงการประชาสัมพันธ์กล้าพันธุ์กาแฟ หนุนเกษตรกรใช้พันธุ์กาแฟคุณภาพ เผยกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนากาแฟคุณภาพของจังหวัดเชียงราย ให้เกษตรกรใช้กล้าพันธุ์ดี พัฒนาศักยภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ยกระดับคุณภาพกาแฟไทยสู่ตลาดพรีเมียม

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดโครงการประชาสัมพันธ์กล้าพันธุ์กาแฟ โดยมี นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ โรงเรียนบ้านเล่าฝู่ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ว่า ภาคการผลิตกาแฟไทยเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และความต้องการของตลาดที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

                                                         ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช

นางสาวปิยะรัฐชย์  กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความสำคัญในการยกระดับการผลิตกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยส่งเสริมให้เกษตรกรใช้กล้าพันธุ์คุณภาพดีที่เหมาะสมกับพื้นที่ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงพัฒนาระบบการแปรรูปและการตลาด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิต และยกระดับกาแฟไทยสู่ตลาดกาแฟคุณภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายเป็นแหล่งผลิตกาแฟอาราบิก้าที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย มีศักยภาพทั้งด้านภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และอัตลักษณ์ของแหล่งผลิต ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรไทย

 

ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนากาแฟคุณภาพของจังหวัดเชียงราย พร้อมเดินหน้าส่งเสริมให้เกษตรกรใช้กล้าพันธุ์ดี พัฒนาศักยภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ยกระดับคุณภาพกาแฟไทยสู่ตลาดพรีเมียม พร้อมสร้างความยั่งยืนให้กับอาชีพเกษตรกรบนพื้นที่สูง ภายใต้นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มุ่งพัฒนา “เกษตรมูลค่าสูง เกษตรยั่งยืน และเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม


นอกจากนี้ ได้มีการส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเชื่อมโยงตลาด การสร้างเรื่องราว (Storytelling) ของกาแฟอัตลักษณ์เชียงราย การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และการสร้างเครือข่ายผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟได้มาตรฐาน เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตกาแฟคุณภาพที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของกาแฟไทยในตลาดโลกอย่างครบวงจร

“การพัฒนากาแฟไทยในวันนี้ ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเพิ่มผลผลิต แต่ต้องสร้างคุณภาพ สร้างอัตลักษณ์ และสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่การผลิต ควบคู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การใช้พื้นที่อย่างเหมาะสม การไม่บุกรุกพื้นที่ป่า การไม่เผาในทุกกรณี และการผลิตที่สอดคล้องกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมของตลาดโลก เพื่อให้กาแฟไทยเป็นที่ยอมรับระดับสากลและเกษตรกรสามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคงในระยะยาว” รมช.เกษตรฯ กล่าว