
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร หนุนทุนวิจัยให้เอกชนผลิต “โดรนขนส่งผลผลิต” ประสบผลสำเร็จ สามารถปลดล็อกโลจิสติกส์เกษตรพื้นที่สูง ลดปัญหาผัก – ผลไม้ ช้ำระหว่างทาง เผยจุดเด่นรับน้ำหนัก 70 กก. บินไกล 3 กม. ลดต้นทุน 63% ล่าสุดส่งมอบโดรนต้นแบบให้ ARDA เรียบร้อยแล้ว
ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. (ARDA) กล่าวว่า การลดความสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยวถือเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของภาคการเกษตรไทยและเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากผลผลิตจำนวนมากยังสูญเสียมูลค่าระหว่างการขนส่ง โดยเฉพาะในพื้นที่สูงหรือพื้นที่เข้าถึงยาก

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล
ทาง ARDA จึงสนับสนุนทุนวิจัยให้ บริษัท อีซี่ (2018) จำกัด ดำเนินโครงการ “การใช้เทคโนโลยีระบบอากาศยานไร้คนขับเพื่อการขนส่งผลิตผลเกษตรพื้นที่สูง” ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. โดยมี นายอัศวิน โรมนรัตน์เสรี เป็นหัวหน้าโครงการฯเพื่อพัฒนาอากาศยานไร้คนขับสำหรับขนส่งผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่สูง ลดความสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว และเพิ่มโอกาสการเข้าถึงตลาดของเกษตรกร
สำหรับโดรนต้นแบบสามารถบรรทุกน้ำหนักได้สูงสุด 70 กิโลกรัม บินได้ไกลกว่า 3 กิโลเมตร และบินสูงจากพื้นดินไม่น้อยกว่า 200 เมตร ด้วยความเร็วเฉลี่ย 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รองรับการทำงานทั้งแบบอัตโนมัติและกึ่งอัตโนมัติ ช่วยลดเวลา ลดแรงงาน และลดความเสี่ยงจากการขนส่งในพื้นที่ลาดชันหรือพื้นที่ห่างไกลที่ยานพาหนะทั่วไปเข้าถึงได้ยาก

ผลการทดสอบภาคสนามจำนวน 80 เที่ยวบิน รวมปริมาณผลผลิตกว่า 1.6 ตัน พบว่าสามารถขนส่งพืชเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ มะเขือเทศ แตงกวาญี่ปุ่น เสาวรส และผักสลัด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยช่วยลดต้นทุนการขนส่งพืชผลได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 36 และลดต้นทุนการขนส่งผักสลัดได้สูงสุดถึงร้อยละ 63 เมื่อเทียบกับการขนส่งด้วยรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อในพื้นที่สูง ขณะเดียวกันยังช่วยลดความสูญเสียระหว่างขนส่งได้ประมาณร้อยละ 10 หรือเทียบเท่ากับการรักษาผลผลิตได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10 กิโลกรัมต่อผลผลิตทุก 100 กิโลกรัมที่เคยสูญเสียระหว่างทาง เปลี่ยนความสูญเสียให้กลับมาเป็นรายได้ของเกษตรกรได้อย่างเป็นรูปธรรม
ด้านนายอัศวิน โรมนรัตน์เสรี หัวหน้าโครงการวิจัยฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า จุดเริ่มต้นของงานวิจัยนี้ไม่ได้เกิดจากความต้องการพัฒนาเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการลงพื้นที่และพบปัญหาจริงของเกษตรกรบนพื้นที่สูงที่ต้องเผชิญต้นทุนการขนส่งสูงกว่าพื้นที่ทั่วไปหลายเท่า โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่เส้นทางถูกตัดขาด ทำให้ผลผลิตจำนวนมากไม่สามารถนำออกสู่ตลาดได้ทันเวลา ส่งผลให้คุณภาพลดลงและสูญเสียรายได้

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นผลผลิตคุณภาพสูงก็ตาม ทีมวิจัยจึงพัฒนาเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับเพื่อทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อมทางอากาศ” ระหว่างแปลงเกษตรและจุดรวบรวมผลผลิต ช่วยให้เกษตรกรสามารถขนส่งผลผลิตมูลค่าสูงได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และตรงเวลา แม้ในพื้นที่ที่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ไม่สามารถเข้าถึงได้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่การคมนาคมภาคพื้นดินมีข้อจำกัด
ปัจจุบันโครงการได้พัฒนาและส่งมอบโดรนต้นแบบให้ ARDA เรียบร้อยแล้ว โดยด้านต้นทุนของโดรนดังกล่าวจะอยู่ประมาณ 450,000 บาท ราคาขึ้นอยู่กับขนาดและรูปแบบการใช้งาน ซึ่งผลการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์พบว่า หากมีการใช้งานมากกว่า 2,173 เที่ยวบินต่อปี ระบบจะเริ่มคุ้มทุน และเมื่อมีการใช้งานมากกว่า 2,200 เที่ยวบินต่อปี จะสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่หากขยายการใช้งานสู่ระดับ 5,000 เที่ยวบินต่อปี จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้มากกว่า 565,000 บาทต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีดังกล่าวมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นธุรกิจบริการขนส่งทางอากาศสำหรับภาคเกษตรของไทยได้ในอนาคต

ด้านนายกิตติพงศ์ รพีบุญญานนท์ นักส่งเสริมและพัฒนาโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงแม่มะลอ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ในฐานะผู้ควบคุมการบินโดรนในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สวพส. ได้รับการสนับสนุนโดรนขนส่งผลผลิตทางการเกษตรจาก ARDA และนำมาทดลองใช้งานจริงในพื้นที่ต่อเนื่องมากกว่า 1 ปี โดยดำเนินการขนส่งแล้วกว่า 150 เที่ยวบิน จากประสบการณ์การใช้งานจริงพบว่า จุดเด่นสำคัญของโดรนไม่ได้อยู่ที่ความรวดเร็วในการลำเลียงเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การคงความสดและลดความเสียหายของสินค้าเกษตรตั้งแต่ออกจากแปลงจนถึงจุดรวบรวม
โดยเฉพาะพืชผักและผลไม้มูลค่าสูงที่อ่อนไหวต่อการกระแทก เช่น ผักสลัด คะน้า เคล ฮ่องเต้ มะเขือเทศโทมัส แตงกวาญี่ปุ่น ซูกินี เสาวรสหวานและองุ่น ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของเกษตรกรบนพื้นที่สูง“ที่ผ่านมาเกษตรกรต้องใช้แรงงานคนหรือรถจักรยานยนต์ลำเลียงสินค้าเกษตรผ่านเส้นทางลาดชัน ทำให้เกิดการช้ำ สูญเสียความสด และกระทบต่อมูลค่าการจำหน่าย แต่เมื่อใช้โดรน การขนส่งมีความรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น ช่วยลดการกระแทก รักษาสภาพสินค้า และเพิ่มโอกาสในการจำหน่ายได้ในราคาที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ โดรนสามารถลำเลียงผลผลิตจากแปลงสู่โรงคัดแยกในระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ได้ภายใน 10 นาที จากเดิมที่ต้องใช้เวลากว่า 30 นาที ช่วยลดข้อจำกัดด้านการคมนาคม โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่เส้นทางภาคพื้นดินไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้เกษตรกรนำผลผลิตออกสู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ลดความสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว และคงมาตรฐานสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

นอกจากนี้ สวพส. ยังได้ต่อยอดการใช้งานโดรนร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในภารกิจสาธารณประโยชน์ อาทิ การสนับสนุนภารกิจดับไฟป่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัย และการลำเลียงอาหาร ยา และสิ่งของจำเป็นเข้าสู่พื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่เข้าถึงยาก สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีดังกล่าวไม่ได้สร้างประโยชน์เฉพาะด้านการเกษตรเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของชุมชนบนพื้นที่สูงในอนาคต
ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร กล่าวปิดท้ายด้วยว่า งานวิจัยชิ้นนี้ไม่ได้พัฒนาเพียงเทคโนโลยีโดรน แต่กำลังสร้างโอกาสใหม่ให้เกษตรกรบนพื้นที่สูง จากเดิมภูเขาเป็นอุปสรรคในการเข้าถึงตลาด วันนี้นวัตกรรมกำลังเปลี่ยนภูเขาให้กลายเป็นทางลัดสู่รายได้ของเกษตรกร และเปลี่ยนความสูญเสียระหว่างทางให้กลับมาเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับเป้าหมายของ ARDA ที่มุ่งผลักดันให้งานวิจัยถูกนำไปใช้ประโยชน์จริง สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และภาคการเกษตรไทยอย่างยั่งยืน สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักส่งเสริมการใช้ประโยชน์และพัฒนาธุรกิจ เบอร์โทรศัพท์. 02 – 579 – 7435
