เกษตร จับมือ อว.-Meta เดินหน้าพลิกโฉมภาคเกษตรไทยสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล “สุริยะ” ย้ำเกษตรกรไทยต้องปรับตัว

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  จับมือ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ และแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง “Meta” ร่วมกันยกระดับและพลิกโฉมภาคการเกษตรไทยสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล “สุริยะ” ชี้ถึงเวลาที่เกษตรกรไทยจำเป็นต้องปรับตัว เพื่อไม่ให้เสียโอกาสทางเศรษฐกิจ

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกล่าวเปิดตัวโครงการ “ติดปีกดิจิทัลเพื่อเกษตรกรไทย” ณ ห้องประชุมสุธีธรรม อารีกุล ชั้น 1 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ซึ่งเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Meta (Facebook ประเทศไทย) ในการร่วมกันยกระดับและพลิกโฉมภาคการเกษตรไทยสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

                                                          สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

นายสุริยะ กล่าวว่า  ภาคเกษตรถือเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทยที่มีพี่น้องเกษตรกรกว่า 12 ล้านครัวเรือน ซึ่งในปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกได้เปลี่ยนผ่านสู่ช่องทางออนไลน์อย่างรวดเร็ว เกษตรกรไทยจึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อไม่ให้เสียโอกาสทางเศรษฐกิจ โครงการนี้จึงมุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงตลาดโลกได้ด้วยตัวเองผ่านเครื่องมือดิจิทัลและระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรของกระทรวงฯ ให้เป็นวิทยากรต้นแบบ (Train the Trainer) เพื่อนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดต่อทั่วประเทศโดยเชื่อมั่นว่าหากนำภูมิปัญญาและความขยันของเกษตรกรมาผสานเข้ากับเทคโนโลยีที่ทันสมัย จะช่วยสร้างความมั่งคั่งและยั่งยืนให้แก่พี่น้องเกษตรกรได้อย่างแน่นอน

สำหรับไฮไลต์สำคัญภายในงานมีการเสวนาในหัวข้อ “How Technology and Online Marketing Can Support Thailand’s Agriculture and Economy” โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ คุณแพร ดำรงค์มงคลกุล ผู้แทนจาก Meta ร่วมกันขับเคลื่อนแนวคิด

ศ.ดร.ยศชนัน ได้เน้นย้ำว่า ก้าวแรกของการปรับตัวต้องเริ่มจากความเข้าใจและเต็มใจเรียนรู้ พร้อมเสนอแนวคิดการสร้างตัวอย่างความสำเร็จในชุมชน หรือ “Idol Model” เพื่อเป็นต้นแบบสร้างแรงบันดาลใจ ตลอดจนสนับสนุนการใช้ AI ประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อค้นหาโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ และผลักดันการแปรรูปผลผลิตด้วยงานวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับกลุ่มเกษตรกรสูงวัย

ขณะที่ผู้แทนจาก Meta ได้กระตุ้นให้เกษตรกรไทยทดลองลงมือทำทันทีผ่านแพลตฟอร์ม Facebook Instagram WhatsApp และ Reels พร้อมแนะกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ด้วยการบอกเล่าเรื่องราวที่เป็นตัวตนและจุดแข็งของท้องถิ่น (Authentic Storytelling) เช่น แหล่งที่มาและมาตรฐานความปลอดภัยของอาหาร โดยอาศัยฐานข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคระดับโลกของ Meta มาร่วมวิเคราะห์ ซึ่งนับเป็นมิติใหม่ที่ Meta ได้นำหลักสูตรระดับสากลมาเปิดอบรมเป็นภาษาไทยครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อเตรียมความพร้อมให้เกษตรกรไทยก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการดิจิทัลอย่างมืออาชีพ

                                                                  ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม

ด้าน ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะเจ้าของสถานที่ ได้กล่าวแสดงความยินดีและขอบคุณรัฐบาลรวมถึง Meta ที่ร่วมกันผลักดันโครงการดังกล่าว พร้อมทั้งได้เสนอตัวให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายฝ่ายที่ 4 ในการนำศักยภาพด้านการวิจัย องค์ความรู้ทางวิชาการที่ครอบคลุมทุกมิติ ตลอดจนความพร้อมของบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ มก. มาร่วมสนับสนุนการอบรมต่อยอดและส่งเสริมการใช้เครื่องมือดิจิทัลให้กับเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยทุ่นแรง เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันด้านการตลาด และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและสง่างามบนเวทีการค้าระดับสากลอย่างยั่งยืน