
ศูนย์ปฏิบัตการพระพิรุณ กระทรวงเกษตรฯ สนธิกำหลังเจ้าหน้าที่รับผิดชอบในพื้นที่ ร่วมปฏิบัติการสกัดจับรถบรรทุกห้องเย็นซุกเนื้อแช่แข็งเถื่อนจากประเทศเพื่อนบ้าน น้ำหนัก 13 – 15 ตัน บริเวณชายแดนอำเภอตากใบ พร้อมส่งด่านศุลกากรและด่านปศุสัตว์ตากใบดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. ของวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา กรมศุลกากร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยสืบสวนปราบปรามนราธิวาส ได้สนธิกำลังร่วมกับทีมศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางการเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฝ่ายปราบปราม สคศ. ศภ.4 และเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรตากใบ ออกลาดตระเวนป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางศุลกากรในพื้นที่รับผิดชอบ

สรวุฒิ เนื่องจำนงค์
จนสามารถสกัดจับรถบรรทุกห้องเย็นต้องสงสัยบริเวณชายแดนอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งตรวจค้นพบเนื้อสัตว์แช่แข็งลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ น้ำหนักประมาณ 13 – 15 ตัน ที่บริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4057 ตำบลโฆษิต อำเภอตากใบ เป็นพื้นที่รอยต่อชายแดนที่เสี่ยงต่อการลักลอบขนสินค้าหนีภาษี ทั้งนี้เจ้าหน้าที่พบรถบรรทุกห้องเย็นแบบทึบ หมายเลขทะเบียน 72-3831 สงขลา ขับผ่านมา จึงได้ส่งสัญญาณขอตรวจค้นเนื่องจากมีลักษณะต้องสงสัย
จากการตรวจเอกสารการนำเข้าและหลักฐานการผ่านพิธีการทางศุลกากร ผู้ครอบครองสินค้าในขณะนั้นไม่สามารถนำมาแสดงได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 167 ทำการยึดของกลางทั้งหมดไว้ตามมาตรา 166 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 เนื่องจากเป็นของอันพึงต้องริบและไม่สามารถพิสูจน์ความถูกต้องได้ ซึ่งผู้ครอบครองอาจมีความผิดตามมาตรา 242, 243, 244, 245, 246, 247 ประกอบมาตรา 252 ปฏิบัติการตรวจค้นเสร็จสิ้นเมื่อเวลา 01.00 น. ของวันที่ 22 มิถุนายน 2569 โดยของกลางทั้งหมดได้ถูกนำส่งไปยังด่านศุลกากรตากใบ เพื่อสืบสวนขยายผลและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

“การจับกุมครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ นายสุริยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้สั่งการให้คุมเข้มและปราบปรามขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรเถื่อนอย่างเด็ดขาด เนื่องจากสินค้าผิดกฎหมายเหล่านี้เข้ามาแทรกแซงกลไกตลาด และสร้างผลกระทบทำลายอาชีพของพี่น้องเกษตรกรไทยอย่างร้ายแรง” นายสรวุฒิ กล่าว
