
ภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาต้องเผชิญความท้าทายจากการเสื่อมโทรมของทรัพยากรชายฝั่ง การลดลงของสัตว์น้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ น้ำเค็มรุกล้ำ ส่งผลกระทบต่อรายได้และความเป็นอยู่ของประชาชน
กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ได้จัดสรรงบประมาณและสนับสนุนการทำงานของมหาวิทยาลัย นักวิจัย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ เพื่อนำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ในการยกระดับอุตสาหกรรมประมงชายฝั่ง เพิ่มมูลค่าทรัพยากรท้องถิ่น ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนการสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ และสร้างโอกาสใหม่ให้กับภาคใต้
ล่าสุดกองทุน ววน. ได้นำเสนอผลสัมฤทธิ์จากการขับเคลื่อนต่อ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระหว่างวันที่ 7-8 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ณ จังหวัดสงขลา

การผลักดันภาคใต้สู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Economy) ของประเทศ จำเป็นต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) เพื่อยกระดับสมุนไพรและทรัพยากรชีวภาพของไทยให้สามารถต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง กองทุน ววน. ได้สนับสนุนการจัดตั้งโรงงานต้นแบบและห้องปฏิบัติการสารสกัดสมุนไพรมาตรฐาน GMP และ ISO17025 ภายในนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ จังหวัดสงขลา เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานวัตถุดิบสมุนไพรไทย รองรับการผลิตผลิตภัณฑ์ด้านการแพทย์ สุขภาพ อาหาร และอุตสาหกรรมชีวภาพ ตลอดจนเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์เสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และแข่งขันได้ในตลาดโลก
นอกจากนี้ กองทุน ววน. ยังมุ่งยกระดับพืช สัตว์ และทรัพยากรชีวภาพของภาคใต้ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป การพัฒนามาตรฐาน ไปจนถึงการสร้างตลาดและโอกาสทางธุรกิจ ผลงานที่สร้างผลลัพธ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การพัฒนา Fine Robusta+ ที่ช่วยยกระดับคุณภาพกาแฟและสร้างรายได้หมุนเวียนจากผลิตภัณฑ์กาแฟให้กับชุมชนแล้วกว่า 1.54 ล้านบาท การส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสาหร่ายขนนกที่สร้างรายได้เฉลี่ย 2,000–5,000 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน การพัฒนาปลาชะโอนด้วยระบบ Bio-Floc ที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถสร้างรายได้เฉลี่ยราว 96,000 บาทต่อรอบการผลิต รวมถึงการพัฒนาไก่เบขลา ปลาพลวงชมพู และปลิงทะเล ให้กลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจมูลค่าสูงที่จะสร้างโอกาสใหม่ให้กับชุมชนในหลายพื้นที่ของภาคใต้

อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติควรต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการสร้างความมั่นคงทางอาชีพให้กับประชาชน ซึ่ง กองทุน ววน. ได้นำงานวิจัยมาผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่น เกิดเป็น “บ้านปลามีชีวิต” นวัตกรรมชุมชนที่เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ฟื้นระบบนิเวศ ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำในพื้นที่ได้ถึง 140% ส่งผลให้รายได้ของชาวประมงเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า อีกทั้งได้มีการทำงานร่วมกับ World Bank ในการศึกษาวิจัยและติดตามสถานการณ์โลมาอิรวดี ซึ่งเป็นสัตว์หายากและเป็นดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทะเลสาบสงขลา ปัจจุบันคาดเหลือราว 14 ตัว การเฝ้าระวัง และการสร้างความตระหนักรู้ของชุมชน จึงมีความสำคัญต่อการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและสมดุลของระบบนิเวศในระยะยาว
อีกโจทย์สำคัญ คือ ภาคใต้เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ น้ำท่วม และภัยพิบัติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง กองทุน ววน. จึงสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ช่วยให้ชุมชนสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านระบบติดตามและแจ้งเตือนความเค็มและระดับน้ำแบบเรียลไทม์ที่แจ้งเตือนล่วงหน้าได้ถึง 7 วัน และกำลังพัฒนาให้สามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้ 6 เดือน การพัฒนาข้าวนาริมเลที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ครอบคลุมกว่า 200,000 ไร่ ตลอดจนชุดนวัตกรรมเพื่อการบริหารจัดการภัยพิบัติเชิงพื้นที่ ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการเฝ้าระวัง เตือนภัย และช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เกษตรกรสามารถปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น

ในมิติของการพัฒนาคุณภาพชีวิต “บางแก้วโมเดล” เป็นตัวอย่างผลงานของกองทุน ววน. ที่ อ. บางแก้ว จ. พัทลุง ใช้ข้อมูลชุมชนครอบคลุมกว่า 1,456 ครัวเรือน ในการชี้เป้าปัญหาความยากจนและออกแบบแนวทางสร้างอาชีพที่เหมาะสม ยกระดับสินค้าชุมชนให้มีมาตรฐาน ครัวเรือนเป้าหมายมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยมากกว่า 20% และแรงงานยากจนกว่า 500 คนเข้าถึงความรู้และนวัตกรรม แสดงให้เห็นว่าการใช้ข้อมูลและงานวิจัยช่วยแก้ปัญหาชุมชนได้อย่างตรงจุด
อีกพลังสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์จริง คือ “อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคใต้ (Science Park)” ที่เป็นสะพานเชื่อมนักวิจัย ผู้ประกอบการ ภาคอุตสาหกรรม และนักลงทุนเข้าด้วยกัน สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างธุรกิจใหม่ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจบนฐานองค์ความรู้ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สุขภาพ สมุนไพร และทรัพยากรชีวภาพ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายสำคัญของภาคใต้ในอนาคต

ตลอดการลงพื้นที่และรับฟังผลลัพธ์จากผลงานของกองทุน ววน. รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ให้วิสัยทัศน์และแนวทางการพัฒนาอย่างรอบด้าน โดยเห็นว่า ภาคใต้มีศักยภาพเป็น “New Growth Engine” ของประเทศ จากฐานทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และองค์ความรู้ที่มีอยู่ในพื้นที่ หากสามารถเชื่อมโยงงานวิจัย ผู้ประกอบการ ชุมชน และภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกันได้อย่างครบวงจร
รวมถึงมีเป้าหมายขับเคลื่อนนโยบาย “Southern Wellness” ให้เป็นรูปธรรม เพื่อให้ภาคใต้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศ โดยต่อยอดจุดแข็งด้านสมุนไพร อาหาร การแพทย์ การท่องเที่ยว และทรัพยากรชีวภาพ ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจฮาลาล (Halal Economy) ที่ภาคใต้มีศักยภาพและความพร้อมในการแข่งขันในระดับสากล
พร้อมเน้นย้ำให้นำ ววน. มายกระดับพืช สัตว์ และทรัพยากรชีวภาพของภาคใต้ให้เป็นสินค้าและบริการที่สร้างรายได้ สร้างงาน และดึงดูดการลงทุนเข้าสู่พื้นที่ ขณะเดียวกันการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาเศรษฐกิจก็ต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน เพราะทรัพยากรธรรมชาติ คือ หัวใจสำคัญที่เป็นรากฐานของอาชีพ ความมั่นคงทางอาหาร และคุณภาพชีวิตของประชาชน

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง ทั้งการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างอาชีพและรายได้ ตลอดจนการยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจของพื้นที่ โดยมีกองทุน ววน. เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนภาคใต้สู่การเป็น New Growth Engine ของประเทศ และร่วมกันสร้างอนาคตที่ “ทะเลมีชีวิต คนมีรายได้ ธรรมชาติได้รับการดูแล” อย่างยั่งยืน
