
“ปิยะรัฐชย์” ส่งเสริมชาวเชียงรายปลูกกาแฟโรบัสต้าแทนพืชไร่ หรือร่วมในพื้นที่พืชไร่เดิม เผยเป็นไม้ปรับสภาพเข้ากับสภาพอากาศที่แปรปรวนได้ดี ทนทานต่อโรคและให้ผลผลิตสม่ำเสมอ หวังสร้างรายได้แก่เกษตรกรทดแทนการปลูกพืชไร่อย่างยั่งยืน
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแปลงกาแฟร่มเย็นคีรี Coffee & farm stay บ้านร่มเย็น ม.11 ต.ห้วยชมภู อ.เมือง จ.เชียงราย เมื่อเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569 ว่ากระทรวงเกษตรฯ ขับเคลื่อนการดำเนินงาน ภายใต้ 5 นโยบายหลัก “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยื่นของเกษตรกรไทย” มุ่งเน้นเพิ่มรายได้เกษตรกรและมีความมั่นคงในอาชีพ รวมถึงสร้างโอกาสการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรมูลค่าสูงให้กับสินค้าเกษตรไทย โดยปรับเปลี่ยนการปลูกพืชให้เหมาะสมกับพื้นที่และความต้องการของตลาด

อย่างกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า (Robusta) เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความเหมาะสมในการนำมาปลูกทดแทนหรือปลูกร่วมในพื้นที่พืชไร่เดิม เนื่องจากเป็นไม้ปรับสภาพเข้ากับสภาพอากาศที่แปรปรวนได้ดี ทนทานต่อโรคและให้ผลผลิตสม่ำเสมอ อีกทั้งการปรับเปลี่ยนจากการทำพืชไร่เชิงเดี่ยวมาสู่การทำสวนกาแฟโรบัสต้า ระบบวนเกษตร หรือการปลูกร่วมกับไม้ใบร่มเงาจะช่วยฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และกักเก็บความชื้นในดิน ซึ่งเป็นการหยุดยั้งการทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ การยกระดับคุณภาพกาแฟสู่มาตรฐาน GAP จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคและสร้างรายได้แก่เกษตรกรในพื้นที่อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเชียงราย (ศวพ.กส.ชร) มีโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงอันเนื่องมาจากพระราชดำริบ้านปางขอน เป็นแหล่งถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เหมาะสมให้แก่เกษตรกรตามหลักวิชาการ มีเกษตรกรแปลงขยายผล โดยมีแปลงต้นแบบการปลูกกาแฟร่วมกับมะคาเดเมีย จำนวน 12 แปลง และแปลงต้นแบบการปลูกกาแฟร่วมกับป่าธรรมชาติ จำนวน 12 แปลง รวมทั้งหมด 24 แปลง ที่ผ่านมา ศวพ.กส.ชร ได้อบรมให้ความรู้เกษตรกร ในการจัดการแปลงกาแฟให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพ

นอกจากนี้ ยังสนับสนุนกล้ากาแฟพันธุ์ กวก. เชียงใหม่ 80 และไม้บังร่มเศรษฐกิจ ได้แก่ อะโวคาโด และมะคาเดเมีย ให้แก่เกษตรกรในโครงการฯ นำไปปลูก นอกจากนี้ สำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย ได้ดำเนินการโครงการทดสอบและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตสินค้าเกษตร กิจกรรมส่งเสริมการ เพิ่มประสิทธิภาพด้วยนวัตกรรมการผลิตไม้ยืนต้นเพื่อความยั่งยืน (แมคคาเดเมีย)
โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ เกษตรกรผู้ผลิตมะคาเดเมีย หมู่ที่ 2 ต.ห้วยชมภู อ.เมืองเชียงราย เกษตรกรได้รับการพัฒนาความรู้การเพิ่มประสิทธิภาพด้วยนวัตกรรมการผลิตมะคาเดเมีย การปลูกพืชแบบผสมผสานในระบบนิเวศมะคาเดเมีย ระบบการผลิตมะคาเดเมียให้ได้มาตรฐาน GAP การใช้ปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิตและการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน การจัดการโรคและแมลงศัตรูพืชในมะคาเดเมีย และมีการจัดทำแปลงต้นแบบการผลิตมีลักษณะอัตลักษณ์ของท้องถิ่นแต่ละจังหวัด (แมคคาเดเมีย) โดยการสนับสนุนปัจจัยการผลิต ให้กับแปลงต้นแบบการผลิตอีกด้วย

ในโอกาสนี้ รมช.ปิยะรัฐชย์ ได้เดินทางไปพบปะและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรในพื้นที่ พร้อมมอบปัจจัยการผลิตทางการเกษตร และพันธุ์ปลากินพืชให้แก่เกษตรกร ณ อ่างเก็บน้ำแม่ห่าง บ้านฝั่งหมิ่น ม.7 ต.แม่กรณ์ อ.เมือง จ.เชียงราย และหอประชุมเทศบาลตำบลดอยฮาง อ.เมือง จ.เชียงราย
