เลขานุการ รมว.เกษตรฯฟิตจัด เดินหน้าลุย คุมเข้มนำเข้า–ส่งออกสินค้าเกษตร-ปศุสัตว์

เลขานุการ รมว.เกษตรฯ “สรวุฒิ เนื่องจำนงค์” ฟิตจัด สนองนโยบาย “สุริยะ” เดินหน้าคุมเข้มนำเข้า–ส่งออกสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ ล่าสุดควงอธิบดีกรมวิชาการเกษตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจความพร้อมด่านตรวจพืชและด่านกักกันสัตว์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  หวังยกระดับตรวจสอบ ป้องกันการสวมสิทธิ์ มุ่งรักษาผลประโยชน์เกษตรกรไทย

วันที่ 13 มิถุนายน 2569 นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร นายรักไทย งามภักดิ์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และนางสาวอิงอร ปัญญากิจ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของด่านตรวจพืชและด่านกักกันสัตว์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อติดตามมาตรการควบคุมการนำเข้า–ส่งออกสินค้าเกษตรและปศุสัตว์

นายสรวุฒิ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำชับให้ทุกหน่วยงานเดินหน้าปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมายอย่างจริงจัง รวมถึงป้องกันการสวมสิทธิ์สินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะทุเรียนและผลไม้ส่งออกสำคัญของประเทศ เพราะไม่เพียงกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรไทย แต่ยังอาจสั่นคลอนความเชื่อมั่นที่ประเทศคู่ค้ามีต่อมาตรฐานสินค้าเกษตรไทยทั้งระบบ โดยมอบให้ตนดูแลเรื่องนี้

โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขับเคลื่อนชุดเฉพาะกิจ “พระพิรุณ” บูรณาการ 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล กฎหมาย และกลไกการตรวจสอบ ปิดช่องโหว่การลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายอย่างเป็นระบบ

จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ ทำให้เห็นถึงศักยภาพและความเข้มแข็งของระบบตรวจสอบสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ของไทย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้าและผู้บริโภคทั่วโลก แม้ผู้บริโภคจะไม่ได้เห็นกระบวนการเบื้องหลัง แต่สินค้าทุกชิ้นที่ส่งออกต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวด โปร่งใส และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้สินค้าเกษตรและอาหารไทยได้รับการยอมรับในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิถือเป็นด่านหลักในการส่งออกสินค้าเกษตรของประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มพืชและผลไม้ที่มีศักยภาพสูง ซึ่งนอกจากการควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นทางแล้ว ยังมีการคัดกรองซ้ำก่อนส่งออก ทั้งการตรวจสอบศัตรูพืช สารตกค้าง และปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานหลุดรอดไปยังประเทศปลายทาง ถือเป็นด่านคัดกรองสำคัญที่ช่วยรักษามาตรฐานสินค้าเกษตรไทยและตอกย้ำความเชื่อมั่นของตลาดโลก

“การลักลอบนำเข้าและการสวมสิทธิ์สินค้าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย อยากฝากถึงผู้ที่คิดจะกระทำความผิดว่าอย่าทำเลยครับ เพราะแม้จะเป็นผลประโยชน์ของคนเพียงไม่กี่คน แต่ความเสียหายจะตกอยู่กับประเทศทั้งประเทศ หากสินค้าหลุดรอดออกไปจนกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศคู่ค้า สิ่งที่เสียหายไม่ใช่แค่ทุเรียนหรือสินค้าใดสินค้าหนึ่ง แต่คือภาพลักษณ์ของสินค้าเกษตรไทยทั้งระบบ” นายสรวุฒิ กล่าวและว่า  หากตรวจพบการกระทำผิด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพราะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศชัดเจนว่า ‘ไม่รับเคลียร์ ไม่ปล่อยผ่าน’

เลขานุการ รมว.เกษตร กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาจะเห็นว่าชุดเฉพาะกิจ ‘พระพิรุณ’ เดินหน้าตรวจจับสินค้าเกษตรผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ และจากนี้จะยิ่งเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายมากขึ้น เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกรไทยและรักษาความเชื่อมั่นที่ตลาดโลกมีต่อสินค้าเกษตรไทย