
ชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จับมือสหกรณ์การเกษตรเมืองไทรโยค เดินหน้าแก้วิกฤตนมล้นตลาด ภายใต้โครงการผลิต “น้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนมเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำนมดิบ” ป้อนให้การยางแห่งประเทศไทย โดยมีปลัดเกษตรฯ เป็นประธาน
วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อผลผลิตและพัฒนาธุรกิจแก่สถาบันเกษตรกร โครงการผลิต “น้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนมเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำนมดิบ” ระหว่างชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด กับ สหกรณ์การเกษตรเมืองไทรโยค จำกัด โดยมี คณะผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนสถาบันเกษตรกร ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ จุดผลิตปัจจัยการผลิต สหกรณ์การเกษตรเมืองไทรโยค จำกัด ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข
นายวิณะโรจน์ กล่าวว่า ความร่วมมือในการพัฒนาน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนมครั้งนี้ เป็นการร่วมมือระหว่างชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด กับ สหกรณ์การเกษตรเมืองไทรโยค จำกัด ในการผลิตหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม และบรรจุภัณฑ์สำหรับเตรียมกระจายสู่เกษตรกรที่สนใจ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ โดยการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) จะเป็นผู้รวบรวมผลิตภัณฑ์และจัดหาแนวทางการกระจายสินค้าสู่ผู้ที่สนใจต่อไป
สำหรับการพัฒนาน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนมนี้ เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการขับเคลื่อนกลไกภาคเกษตรไทย โดยการส่งเสริมและสนับสนุนการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างรายได้ให้แก่สหกรณ์และเกษตรกรสมาชิก อีกทั้งเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาน้ำนมดิบส่วนเกินที่ไม่มีตลาดรองรับ สร้างเสถียรภาพด้านราคา และช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตจากการใช้ปุ๋ยเคมีอีกด้วย

ทั้งนี้กระทรวงเกษตรฯให้ความสำคัญในการยกระดับภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน โดยการผลักดันการทำเกษตรอินทรีย์มากขึ้น ปรับรูปแบบการใช้ปุ๋ยเคมีอินทรีย์ 70/30 เพื่อปรับปรุงและฟื้นฟูโครงสร้างดินให้พร้อมต่อการเพาะปลูก ซึ่งวันนี้ได้รับทราบจากนักวิจัยว่าน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนมมีส่วนช่วยในการลดปริมาณไนเตรตในสับปะรด และทำให้ผลใหญ่ขึ้นถือเป็นผลลัพธ์ดีและน่าพอใจนอกจากนี้ อีกหนึ่งความสำเร็จ คือ กรมวิชาการเกษตร ได้มีการรับรองสารชีวภาพที่มีส่วนผสมของน้ำนมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงถือเป็นโอกาสในพลิกโฉมเกษตรกรรมไทยให้มีความยั่งยืนในอนาคตต่อไป
