ล้ง “ทุเรียนลม”ส่งไปกว่างโจวมีหนาว อธิบดีกรมวิชาการเกษตรลั่น จะดำเนินคดขั้นเด็ดขาดถึงที่สุด

กรมวิชาการเกษตรเต้น สั่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ทันที เพื่อตรวจสอบล้งต้นต่อ “ทุเรียนลม” ส่งออกไปถึงเมืองกว่างโจวของจีน ยืนยันหากพบมีความผิดหรือสวมสิทธิ์ GAP จะดำเนินคดีเด็ดขาดทันที

วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้สั่งการด่วนให้เจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตรในพื้นที่ ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดที่โรงคัดบรรจุ (ล้ง) ที่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี หลังมีข่าวผู้ค้าทุเรียนปลายทางที่เมืองกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนประเทศจีน ได้ซื้อทุเรียนยี่ห้อหนึ่งจำนวน 60 ลัง (ลังละ 6 ลูก) ในราคา 790 หยวน แต่กลับพบว่าทุเรียนด้อยคุณภาพ มีลักษณะคล้ายทุเรียนลม เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด พร้อมทั้งสั่งให้บริษัทชิปปิ้งและผู้ส่งออกที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงทันที

นายรพีภัทร์ กล่าวถึงภาพรวมมาตรฐานทุเรียนไทยในฤดูกาลนี้ว่า จากที่ได้ส่งออกไปแล้วกว่า 4.5 แสนตัน (หรือประมาณ 168 ล้านลูก) พบปัญหาที่ถูกอ้างถึงเพียง 30 ลูกเท่านั้น ที่สำคัญคือตลอดฤดูกาลนี้ ทางสำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน (GACC) ยังไม่เคยมีหนังสือแจ้งเตือนการตรวจพบปัญหาทุเรียนอ่อน  พบสาร BY2 หรือพบหนอนเจาะผลทุเรียนเลยแม้แต่ลูกเดียว ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามาตรการคุมเข้มของกรมวิชาการเกษตรยังคงมีประสิทธิภาพสูง

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลต้นทางแปลงปลูกที่ถูกระบุไว้บนกล่อง พบว่าเป็นสวนของ “นายคนัง” เกษตรกรในพื้นที่ ต.เขาแก้ว อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ทางเจ้าของสวนออกมายืนยันหนักแน่นว่า ไม่มีทุเรียนลมไปขายแน่นอน เนื่องจากได้ตัดทุเรียนขายไปเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 จำนวน 1.5 ตัน โดยผ่านการตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้งจาก สำนักงานเกษตรอำเภอแก่งหางแมว ได้สูงถึง 34% และ 36% ซึ่งถือว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐาน

ทั้งนี้หากพบว่าล้งใดฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานบังคับ จะมีโทษตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด ทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ รวมถึงการพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตทันที