NIA ผนึกเครือข่าย GIFT 9 องค์กร นำนวัตกรรมแก้เกมสินค้าเกษตรล้นตลาด ตั้งเป้าทรานส์ฟอร์มการจัดการระบบการเกษตรทั้งห่วงโซ่ พร้อมยกระดับรายได้เกษตรกรไทย

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ร่วมกับเครือข่าย GIFT ผลักดันให้เกิดการใช้นวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาผลไม้ล้นตลาดอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้โครงการ “AgTech Connext: นวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาผลไม้ล้นตลาดอย่างยั่งยืน” โดยมุ่งเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างสตาร์ตอัปด้านเกษตร กลุ่มเกษตรกร ภาคเอกชน และพันธมิตรในห่วงโซ่อุตสาหกรรมผลไม้ไทย เพื่อยกระดับการบริหารจัดการผลผลิตทางการเกษตรด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ได้แก่ เทคโนโลยีบริหารจัดการแปลงเกษตรเพื่อลดการใช้สารเคมี นวัตกรรมจุลินทรีย์ฟื้นฟูดิน เทคโนโลยียืดอายุการเก็บรักษาผลไม้ บรรจุภัณฑ์ลดการสูญเสีย รวมถึงแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์และการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต พร้อมสร้างตลาด B2B สำหรับผลไม้สดและผลไม้ตัดแต่งแปรรูปสู่กลุ่มลูกค้าคุณภาพ ดังนั้นความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยลดความสูญเสียของสินค้าเกษตร เพิ่มมูลค่าผลผลิต สร้างโอกาสทางการตลาด และยกระดับความยั่งยืนให้กับภาคเกษตรไทยในระยะยาว

วันที่  5 พฤษภาคม 2569  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับเครือข่าย GIFT (Green Innovative Farm Thailand) 9 องค์กรพันธมิตร โดยมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ว่าด้วยการผลักดันให้เกิดการใช้นวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาผลไม้ล้นตลาดอย่างเป็นรูปธรรมร่วมกัน ภายใต้โครงการ “AgTech Connext: นวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาผลไม้ล้นตลาดอย่างยั่งยืน” โดยมี ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA เป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมชั้น 6  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ อาคารอุทยานนวัตกรรม ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมฯ

 ดร.กริชผกา  กล่าวว่า NIA ในฐานะหน่วยงานขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศ ภายใต้บทบาท “Focal Conductor” ได้ดำเนินงานผ่าน 4 กลไกหลัก ได้แก่ Groom Grant Growth และ Global เพื่อสนับสนุนและผลักดันผู้ประกอบการนวัตกรรมไทยให้สามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง โดยภาคการเกษตรถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ NIA ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง จึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วนในการพัฒนาสตาร์ตอัปด้านเกษตรให้สามารถสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ทั้งด้านการเพาะปลูก การบริหารจัดการฟาร์ม การลดต้นทุน และการเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับเกษตรกร

โดยผ่านโครงการ “AgTech Connext” ที่มุ่งเชื่อมโยงเทคโนโลยีจากสตาร์ตอัปสู่เกษตรกรด้วยการทดลองใช้จริงและการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อยกระดับศักยภาพ สร้างความมั่นคง และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน จะเห็นได้ว่าปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาดยังคงเป็นหนึ่งในความท้าทายของภาคการเกษตรไทย โดยเฉพาะช่วงฤดูกาลที่ผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกัน ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เกิดการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว และกระทบต่อรายได้ของเกษตรกรในวงกว้าง โดยปัจจัยด้านสภาพอากาศ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงข้อจำกัดด้านการบริหารจัดการและการเข้าถึงตลาด ยิ่งทำให้เกษตรกรต้องเผชิญความเสี่ยงมากขึ้น

ดังนั้น NIA จึงร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรภายใต้ Green Innovative Farm Thailand หรือ GIFT ในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้แก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาดอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการ “AgTech Connext” ที่มุ่งเชื่อมโยงสตาร์ตอัปด้านการเกษตร ภาคเอกชน และกลุ่มเกษตรกร เพื่อพัฒนาแนวทางบริหารจัดการผลผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ภายในโครงการมีการนำเทคโนโลยีด้านการจัดการแปลงเกษตร การลดการใช้สารเคมี และนวัตกรรมฟื้นฟูดินมาใช้เพิ่มคุณภาพผลผลิต รวมถึงเทคโนโลยียืดอายุการเก็บรักษาและบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะที่ช่วยลดการสูญเสียของผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว ขณะเดียวกันยังมีการสนับสนุนแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์ และการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายโอกาสทางการตลาดให้กับเกษตรกรไทย

“การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากเครือข่าย GIFT เข้ามาช่วยบริหารจัดการภาคการเกษตร ไม่เพียงช่วยลดปัญหาสินค้าเกษตรล้นตลาด แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความสูญเสีย และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรในระยะยาว โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน สตาร์ตอัป และเกษตรกร จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับภาคการเกษตรไทยให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในอนาคต” ดร.กริชผกา กล่าว

ด้าน นายศิริพัฒน์ มีทับทิม กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง บริษัท บอร์น โคออพเพอเรชั่น ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวว่า ในช่วงฤดูกาลผลไม้ของทุกปี เกษตรกรไทยมักเผชิญปัญหาผลผลิตล้นตลาด ส่งผลให้ราคาสินค้าตกต่ำและกระทบต่อรายได้โดยตรง จากความท้าทายดังกล่าว Born Thailand สตาร์ตอัปด้านแพลตฟอร์มตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก NIA อย่างต่อเนื่อง ได้ริเริ่มเครือข่าย Green Innovative Farm Thailand หรือ GIFT เพื่อพัฒนาระบบนิเวศเกษตรสมัยใหม่ ที่ช่วยเปลี่ยนการบริหารจัดการเกษตรแบบเดิมสู่ระบบที่สามารถคาดการณ์และวางแผนผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งแก้ปัญหาผลไม้ล้นตลาดผ่านการเพิ่มมูลค่าผลผลิต เช่น การคัดแยก การตัดแต่ง การแปรรูป และการใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเชื่อมโยงเกษตรกรสู่ตลาด B2B และ B2C ที่มีกำลังซื้อสูง ทั้งนี้ การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้เกิดจากการผนึกกำลังของ 9 องค์กรพันธมิตร เพื่อเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ใน 3 มิติหลัก มุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคในการเข้าถึงอาหารปลอดภัย ไร้สารตกค้าง ได้แก่

–      ต้นน้ำ (การเพาะปลูกและฟื้นฟูอย่างยั่งยืน): นำร่องโดยกลุ่มเกษตรกรศักยภาพสูง ได้แก่ เครือข่ายเกษตรกรผลไม้ Qchan จังหวัดจันทบุรี สวนทุเรียนเจริญทรัพย์ จังหวัดระยอง และเกษตรแปลงใหญ่ลำไยพวงทอง จังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับ การนำนวัตกรรมลดการใช้สารเคมีมาใช้ในภาคการเกษตร เช่น “จุลินทรีย์ฟื้นฟูดิน” จากบริษัท เอ็ก-เทค จำกัด ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตร้อยละ 30 และ “สารเสริมภูมิคุ้มกันพืช” จากบริษัท โมริน่า โซลูชั่นส์ จำกัด ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงและลดความเสี่ยงจากโรคพืช

กลางน้ำ (การยืดอายุผลผลิตและนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์): ลดการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยวและปัญหา Food Waste  ด้วย “เทคโนโลยีสารเคลือบชะลอการสุก” จากบริษัท อีเด็น อะกริเท็ค จำกัด ควบคู่กับ OZONE Box” จากบริษัท เซฟเฟอร์ แพค (ประเทศไทย) จำกัด ที่ช่วยลดกลิ่นทุเรียน ยืดอายุการเก็บรักษา และยกระดับภาพลักษณ์สินค้าเพื่อรองรับตลาดพรีเมียมและการส่งออก

–    ปลายน้ำ (การตลาดและการจัดจำหน่าย): สร้างตลาดที่มั่นคงและช่วยให้เกษตรกรกำหนดราคาพรีเมียมได้สูงกว่าตลาดทั่วไปร้อยละ 20-30 ผ่านการจำหน่ายบนแพลตฟอร์ม Born Thailand และความร่วมมือกับบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด (Gourmet Market) ในการรับซื้อผลไม้สดและผลไม้ตัดแต่งแปรรูป เพื่อกระจายสู่กลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและมีกำลังซื้อสูง ช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงตลาดคุณภาพและสร้างรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น

ความร่วมมือครั้งนี้มีแผนดำเนินงานและวิสัยทัศน์ระยะยาวภายใต้แนวคิด Go GIFT Together” โดยตั้งเป้ายกระดับภาคการเกษตรสู่วิถีเกษตรปลอดสารเคมีร้อยละ 100 พร้อมผลักดันการสร้างห่วงโซ่อุปทานแบบไร้ของเสีย (Zero Waste Supply Chain) อย่างเป็นรูปธรรม ภายในปี 2026 มีแผนขยายผลความสำเร็จสู่ 5 จังหวัดยุทธศาสตร์ พร้อมตั้งเป้าสร้างรายได้เติบโตกว่า 210 ล้านบาท ภายใน 3 ปี และผลักดันแบรนด์ GIFT-Green” ให้เป็นสัญลักษณ์ของสินค้าเกษตรคุณภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ เครือข่ายสตาร์ตอัปจะร่วมกับ Born Thailand ลงพื้นที่ให้คำปรึกษาแก่เกษตรกร เพื่อพัฒนา “สวนต้นแบบ” จัดทำชุดตัวอย่างผลิตภัณฑ์ ออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อยืดอายุหลังการเก็บเกี่ยว รวมถึงต่อยอดการแปรรูปผลไม้ล้นตลาดเพื่อเพิ่มมูลค่า และเตรียมขยายสู่ตลาดต่างประเทศ อาทิ ตุรกีและอินเดีย