
รมช.เกษตรฯ “วัชระพล ขาวขำ” สตาร์ทเครื่องแล้ว เดินหน้าเร่งเคลียร์หนี้ อ.ส.ค. เบื้องดันงบกองทุนฯ 600 ล้าน บาท ภายใต้ “โครงการรับซื้อน้ำนมดิบเพื่อการผลิต ระยะที่ 2” เพื่อ เพื่อชำระหนี้ค้างแก่สหกรณ์และเกษตรกรโดยเร็ว พร้อมเล็งขยายแจกนมโรงเรียนฟรี ยังถึงเด็กนักเรียนมัธยมต้น
วันที่ 19 เมษายน 2569 นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมพิจารณาโครงการขอใช้เงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร และการขออนุมัติจัดสรรเงินเพื่อดำเนินโครงการรับซื้อน้ำนมดิบเพื่อการผลิต ระยะที่ 2 ขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ณ สำนักงานองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ตำบลมิตรภาพ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี
โดยมีนายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายมนัส เทพรักษ์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นางสาววัชรี วรรณศรี ผู้อำนวยการ อ.ส.ค. นายธีรชัย เกรียงไกรเวคิน ประธานชุมนุมสหกรณ์นมไทย-เดนมาร์ค จำกัด ตัวแทนเกษตรกร สหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือด้วยกัน

วัชระพล ขาวขำ
นายวัชระพล เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้ได้มีการหารือถึงประเด็นปัญหาสำคัญของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โดยเฉพาะกรณี อ.ส.ค. ค้างค่าน้ำนมดิบ ซึ่งขณะนี้กระทรวงฯ กำลังเร่งผลักดันโครงการขอใช้เงินจากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร เพื่อดำเนินการ “โครงการรับซื้อน้ำนมดิบเพื่อการผลิต ระยะที่ 2” วงเงิน 600 ล้านบาท เพื่อชำระหนี้ค้างแก่สหกรณ์และเกษตรกรโดยเร็ว ซึ่งเป็นปัญหาสะสมมาอย่างยาวนาน
ทั้งนี้ในระยะสั้นจะเร่งนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อขอใช้เงินกองทุนดังกล่าวโดยเร็ว ซึ่งคาดว่าจะสามารถช่วยบรรเทาภาระหนี้ของสหกรณ์และเกษตรกรได้ในระดับหนึ่ง ขณะที่ในระยะกลางและระยะยาว กระทรวงฯ ได้เตรียมแนวทางฟื้นฟูอุตสาหกรรมโคนมทั้งระบบไว้แล้ว ทั้งในด้านการบริหารจัดการโครงสร้าง การวางแผนฟื้นฟู และการปรับระบบให้มีความยั่งยืนมากขึ้น โดยจะมีการหารือในรายละเอียดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
“วันนี้ผมตั้งใจมาฟังเสียงจากพี่น้องเกษตรกรโดยตรง ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีการต่อรองใดๆ เพราะรู้ว่าเขาเดือดร้อน และอยากให้เห็นความจริงใจว่าเราพร้อมจะแก้ปัญหาให้เขาเต็มที่ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ที่มีความตึงเครียด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกร ขณะนี้ได้เร่งประสานงานในกระบวนการจัดทำเอกสารเพื่อเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรี โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาไม่นานในการดำเนินการตามขั้นตอน และยืนยันว่าเกษตรกรจะได้รับประโยชน์จากงบประมาณดังกล่าวอย่างแน่นอน” นาย วัชระพล กล่าว

รมช.เกษตรฯ กล่าวถึงแนวทางในการแก้ปัญหาระยะยาว ว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมโคนมคือ “ตลาด” หากสามารถสร้างตลาดรองรับได้เพียงพอ เกษตรกรก็จะสามารถดำเนินอาชีพได้อย่างยั่งยืน โดยขณะนี้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเร่งขับเคลื่อนการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” เพื่อยกระดับภาคการเกษตร
อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังมีแนวทางสนับสนุนการบริโภคนมในประเทศเพิ่มเติม โดยเฉพาะการขยายกลุ่มเป้าหมายในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน จากระดับประถมศึกษาสู่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เพื่อเพิ่มการใช้ผลผลิตน้ำนมดิบในประเทศ และช่วยรักษาเสถียรภาพอุตสาหกรรมโคนมในระยะยาว
