นักวิจัย มก. ค้นพบสาหร่ายทะเลชนิดใหม่ของโลก 4 ชนิดจากการสำรวจแนวชายฝั่งอ่าวไทย


.
ทีมนักวิจัยจากภาควิชาชีววิทยาประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันชั้นนำในประเทศและต่างประเทศ ประสบความสำเร็จในการค้นพบ สาหร่ายสีน้ำตาลสกุล Lobophora ชนิดใหม่ของโลกถึง 4 ชนิด จากการสำรวจแนวชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของประเทศไทย นับเป็นการค้นพบครั้งสำคัญที่ยืนยันว่าน่านน้ำไทยยังคงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลที่รอการศึกษาอีกมาก ผลงานนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Algae (SCIE, Q1) แล้ว

ที่มาและความสำคัญของการค้นพบ

สาหร่ายสีน้ำตาลสกุล Lobophora มีบทบาทนิเวศวิทยาสูงในระบบนิเวศแนวปะการังและชายฝั่ง สามารถพบได้ตั้งแต่เขตร้อนจนถึงเขตอบอุ่น ในช่วงระดับน้ำทะเลตั้งแต่บริเวณน้ำลงต่ำสุดไปจนถึงความลึกกว่า 120 เมตรแม้ในอดีตจะรู้จักกันเพียง 6 ชนิดจากลักษณะทางสัณฐานวิทยา แต่จากการวิเคราะห์ร่วมกีบข้อมูลทางพันธุกรรมในปัจจุบันเผยให้เห็นความหลากหลายที่แท้จริงกว่า 97 ชนิด ทั่วโลก

ทีมวิจัยนำโดย นายอนิรุจน์ กล่อมจิตร นิสิตปริญญาเอก ภายใต้การกำกับดูแลของ รศ. ดร.ณรงค์ฤทธิ์ เมืองใหม่ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก และ รศ. ดร.จันทนา ไพรบูรณ์ รวมถึง Dr. Stefano Draisma มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมด้วย นางสาวนาราภัทร เจือจาน นักวิชาการจากกรมปศุสัตว์ และ ดร.สุทธิกาญจน์ สุทธิ นักวิจัยจากองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ Dr. Christophe Vieira, Jeju National University, South Korea และ Associate Professor Dr. Sun Zhongmin, Institute of Oceanology, Chinese Academy of Sciences, China ได้ลงพื้นที่สำรวจความหลากหลายของสาหร่ายสกุล Lobophora ตามแนวชายฝั่งทะเลของอ่าวไทย และวิเคราะห์ชนิดของสาหร่ายดังกล่าวโดยใช้การวิเคราะห์ลักษณะสัณฐานวิทยาร่วมกับเทคนิคพันธุกรรมระดับโมเลกุล

สาหร่ายชนิดใหม่ของโลก 4 ชนิด ได้แก่  Lobophora lewmanomontiae

สาหร่ายชนิดนี้มีลักษณะตั้งตรงเป็นกระจุกคล้ายดอกกุหลาบ สีน้ำตาลอ่อนถึงเข้ม ขนาด 7–8ซม. ขอบแผ่นของสาหร่ายเรียบ ผิวสม่ำเสมอ ไม่มีลายหรือจุด พบในระดับความลึก 3–12เมตร บริเวณ เกาะมันนอก จังหวัดระยอง, หาดนางรอง และหาดยาว จังหวัดชลบุรีตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ ศาสตราจารย์กาญจนภาชน์ ลิ่วมโนมนต์ ผู้บุกเบิกวิชาสาหร่ายวิทยาของประเทศไทย

Lobophora ogawae

สาหร่ายชนิดนี้มีขนาดเล็ก (3–4 ซม.) เป็นแผ่นแบนราบและบาง สีน้ำตาลอ่อนถึงเข้มสม่ำเสมอ พบในระดับความลึก 2–5 เมตร บริเวณ เกาะมันนอก จังหวัดระยอง, เกาะหมาก และเกาะกระดาด จังหวัดตราด ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ Professor Hisao Ogawa นักสาหร่ายวิทยาชาวญี่ปุ่น ผู้ร่วมสร้างองค์ความรู้สาหร่ายทะเลไทยมาหลายทศวรรษ

Lobophora thiemmedhii

สาหร่ายชนิดนี้มีสีเหลืองทองหรือส้มเหลือง มีจุดสีเข้มและเส้นลายสีเทาบริเวณขอบเป็นเอกลักษณ์ ขนาด 5.5–6.5 ซม. มีลักษณะเป็นแผ่นแบบราบ พบในระดับความลึก 4–14 เมตร บริเวณ เกาะนางยวน อ่าวหินวง และหาดแม่หาด จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ ศาสตราจารย์จินดา เทียมเมธ ผู้จุดประกายการศึกษาสาหร่ายทะเลในไทย และผู้เขียนบทความการค้นพบสาหร่ายทะเลสกุล Porphyra เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

Lobophora velasquezii

สาหร่ายชนิดนี้มีขนาดเล็ก (2–3 ซม.) ลักษณะแผ่นแบนราบและหนา สีน้ำตาลเหลืองถึงทองเหลือง มีจุดสีเข้มกระจายประปราย พบที่ระดับความลึก 2–6 เมตร บริเวณ เกาะนางยวน เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ Professor Gregorio T. Velasquez นักสาหร่ายวิทยาชาวฟิลิปปินส์ ผู้ริเริ่มสร้างรายงานรายชื่อสาหร่ายทะเลชุดแรกของไทย

เชิดชูเกียรตินักวิชาการผู้สร้างรากฐานสาหร่ายวิทยาไทย

โดยการตั้งชื่อสาหร่ายชนิดใหม่ตามนักวิชาการผู้มีคุณูปการ ถือเป็นเกียรติสูงสุดในวงการอนุกรมวิธาน เพื่อประกาศและสืบทอดคุณค่าของผู้ที่ได้วางรากฐานองค์ความรู้ไว้ให้คนรุ่นหลัง

ศาสตราจารย์กาญจนภาชน์ ลิ่วมโนมนต์ (Lobophora lewmanomontiae) ผู้ได้รับพระราชทาน เกษตราภิชานผู้บุกเบิกสาหร่ายวิทยาไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 ท่านค้นพบสาหร่ายชนิดใหม่ของโลก ได้แก่ Gracilaria minuta, Gracilaria coppejansii และ Gracilaria lantaensis และได้รับเกียรติให้นำชื่อไปตั้งเป็นชื่อสาหร่ายชนิดใหม่อีก 2 ชนิด ท่านยังก่อตั้งชมรมสาหร่ายและแพลงก์ตอนแห่งประเทศไทย ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร Asian Pacific Phycological Association และดำเนินงานในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ อย่างต่อเนื่องกว่า 25 ปีหลังเกษียณ

ศาสตราจารย์จินดา เทียมเมธ (Lobophora thiemmedhii) ผู้จุดประกายวิชาสาหร่ายในไทย ด้วยการเขียนรายงานการพบสาหร่ายทะเลสกุล Porphyra เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในบทความ “สายใบที่สงขลา” (วารสารประมง, 2503) ท่านยังริเริ่มเปิดสอนวิชาสาหร่ายที่คณะประมง มก. ในปี 2510 และแนะนำให้เชิญ Prof. Gregorio Velasquez มาช่วยงานด้วยทุน SEATO (1974–1975) จนนำไปสู่การจัดทำรายงานรายชื่อสาหร่ายทะเลชุดแรกของประเทศไทย

Professor Gregorio Velasquez (Lobophora velasquezii) ผู้เชี่ยวชาญสาหร่ายจาก University of the Philippines รับทุน SEATO ปฏิบัติงานที่คณะประมง มก. ในปี 1974–1975 ท่านร่วมจัดทำรายงานรายชื่อสาหร่ายทะเลชุดแรกของไทย “A checklist on the study of the benthic marine algae of Thailand” (Velasquez and Lewmanomont, 1975) สำรวจสาหร่ายทะเลที่ใช้ประโยชน์ และบริจาคเงิน 20,000 บาท ก่อตั้ง Velasquez Awards มอบรางวัลแก่นิสิตคณะประมงที่มีผลการเรียนดีเด่น สะท้อนความผูกพันต่อ มก. และนิสิตไทยอย่างแท้จริง

Professor Hisao Ogawa (Lobophora ogawae) นักสาหร่ายวิทยาชาวญี่ปุ่นจาก KitasatoUniversity ร่วมงานกับศาสตราจารย์กาญจนภาชน์ ตั้งแต่ปี 1975 มีผลงานตีพิมพ์ร่วมกันต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ท่านร่วมเขียนหนังสือ Common Seaweeds and Seagrasses of Thailand (Lewmanomont and Ogawa, 1995) คู่มืออ้างอิงที่ใช้มาจนทุกวันนี้ และยังช่วยสนับสนุนให้นิสิตคณะประมงไปทำวิจัยระยะสั้นและศึกษาต่อที่ประเทศญี่ปุ่น สร้างนักวิชาการสาหร่ายวิทยาไทยรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง

ความสำคัญระดับภูมิภาคต่อการค้นพบ

นอกจากการค้นพบสาหร่ายชนิดใหม่ทั้ง 4 ชนิดแล้ว การสำรวจครั้งนี้ยังพบสาหร่ายที่รายงานเป็นครั้งแรกในน่านน้ำไทยอีก 3 ชนิด ได้แก่ Lobophora abscondita, Lobophora henae และ Lobophora quangtriensis ทำให้ปัจจุบันประเทศไทยมีสาหร่ายสกุล Lobophora รวม 21ชนิด ส่วนในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีทั้งหมด 30 ชนิด โดย 12 ชนิดเป็นชนิดเฉพาะถิ่น ยืนยันว่าภูมิภาคนี้เป็นศูนย์กลางความหลากหลายทางชีวภาพของสาหร่ายทะเลในระดับโลก

ด้านความสำคัญต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล

การค้นพบครั้งนี้ไม่เพียงเพิ่มพูนองค์ความรู้ทางอนุกรมวิธานของสาหร่ายทะเล แต่ยังมีนัยสำคัญต่อการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลของไทย การจำแนกชนิดสาหร่ายได้อย่างถูกต้องและครบถ้วนเป็นพื้นฐานสำคัญในการติดตามความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลและแนวปะการัง ซึ่งปัจจุบันเผชิญกับภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษทางน้ำ และการท่องเที่ยวเชิงทะเลที่เพิ่มมากขึ้นนอกจากนี้ สาหร่ายในสกุล Lobophora ยังมีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ทางชีวภาพที่น่าสนใจ ทั้งในด้านต้านเชื้อโรค ต้านมะเร็ง และคุณสมบัติที่อาจเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมเภสัชกรรมและเครื่องสำอางในอนาคต