กรมชลฯระดมเครื่องจักร เครื่องมือสูบน้ำช่วยเกษตรกรที่ประสบภัยแล้ง

  •  
  •  
  •  
  •  

                                                      ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล

กรมชลประทานสั่งทุกโครงการชลประทานทั่วประเทศ เฝ้าระวัง และจัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ ให้พร้อมสำหรับเข้าให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนภัยแล้ง กำชับต้องดำเนินการตามแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างรัดกุม เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนมีน้อยล่าสุดติ้ดตั้งเครื่องสูบน้ำเข้าำื้นที่การเกษตรหลายจังหวัดในภาคเหนือตอนล่าง มั่นใจปริมาณน้ำที่มีอยู่จะเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำ ไปจนถึงต้นฤดูฝนปี 2563 ได้อย่างแน่นอน

      ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า เนื่องจากปีนี้ 2562 เป็นปีที่มีปริมาณฝนตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา ส่งผลให้อ่างเก็บน้ำหลายแหล่ง มีปริมาณน้ำเก็บกักน้อย กรมชลประทาน จึงดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อสูบน้ำให้กับพื้นที่การเกษตร ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยแล้ง ล่าสุดได้รับรายงานจาก นายอดุลย์ จุมพิศ ผู้อำนวยการส่วนเครื่องจักรกล สำนักงานชลประทานที่ 3 ว่า ที่จังหวัดพิจิตร หมวดปฏิบัติการสูบน้ำพิจิตร ฝ่ายปฏิบัติการสูบน้ำ และ ฝ่ายปฏิบัติการเครื่องจักรกลและยานพาหนะ ลำเลียงเครื่องสูบน้ำ ขนาด 12 นิ้ว พร้อมอุปกรณ์ จำนวน 2 เครื่อง เข้าติดตั้งในพื้นที่ บริเวณ หมู่ 2 และ หมู่ 5 ตำบลหนองหญ้าไทร อำเภอสากเหล็ก เพื่อทำการสูบน้ำส่งให้พื้นที่การเกษตรจำนวนกว่า 7,000 ไร่ ที่กำลังขาดแคลนน้ำ

       ส่วนที่จังหวัดพิษณุโลก หมวดปฏิบัติการสูบน้ำพิษณุโลก ฝ่ายปฏิบัติการสูบน้ำ และ ฝ่ายปฏิบัติการเครื่องจักรกลและยานพาหนะ ลำเลียงเครื่องสูบน้ำ ขนาด 8 นิ้ว พร้อมอุปกรณ์ จำนวน 2 เครื่อง เข้าทำการติดตั้งเพิ่มเติมจากเดิมที่ติดตั้งก่อนหน้านี้แล้ว จำนวน 2 เครื่อง รวมเป็น 4 เครื่อง เพื่อเพิ่มระยะการส่งน้ำจากสระน้ำบ้านหัวเมือง ส่งน้าเข้าสู่ระบบคลองจ่ายน้ำให้กับพื้นที่เพาะปลูกข้าว ซึ่งอยู่ในช่วงตั้งท้อง ในพื้นที่บ้านหัวเมือง หมู่ 9 ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย

        ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ หมวดปฏิบัติการสูบน้ำอุตรดิตถ์ ฝ่ายปฏิบัติการสูบน้ำ และ ฝ่ายปฏิบัติการเครื่องจักรกลและยานพาหนะ ลำเลียงเครื่องสูบน้ำ ขนาด 6 นิ้ว พร้อมอุปกรณ์ จำนวน 1 เครื่อง เพื่อทำการสูบน้ำส่งให้กับพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปี จำนวนกว่า 109 ไร่ ในพื้นที่บริเวณบ้านวังแดง
หมู่ 5 ตำบลหาดงิ้ว อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ทั้งนี้ ได้ติดตั้ง พร้อมเดินเครื่องสูบน้ำ ให้กับพื้นที่ประสบปัญหา เรียบร้อยแล้ว

        ดร.ทวีศักดิ์  กล่าวอีกว่า กรมชลประทาน มีความเป็นห่วงพี่น้องเกษตรกร จึงได้สั่งการให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ เฝ้าระวัง และจัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ ให้พร้อมสำหรับเข้าให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้ การให้ความช่วยเหลือจะต้องดำเนินการตามแผนการบริหารจัดการน้ำอย่างรัดกุม เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนมีน้อย จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อให้การปฏิบัติงานตามแผนฯ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

      อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปัจจุบันปริมาณน้ำต้นทุนมีน้อย หากทุกภาคส่วนตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรน้ำ ช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัด และเป็นไปตามแผนการบริหารจัดการน้ำที่กรมชลประทานกำหนดขึ้นนั้น ยืนยันว่าปริมาณน้ำที่มีอยู่จะเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำ ไปจนถึงต้นฤดูฝนปี 2563 ได้อย่างแน่นอน