เทคนิคปลูกมะละกอขายช่วงแพง10 ไร่ เก็บ 2 เดือน โกยเงินล้าน

  •  
  •  
  •  
  •  

    เทคนิคปลูกมะละกอขายช่วงแพง10 ไร่ เก็บ 2 เดือน โกยเงินล้าน

โดย…หนึ่งฤทัย  แพรสีทอง

 

        “เกษตรกรที่นี่จะมีการวางแผนปลูกมะละกอให้เก็บได้ช่วงแพง ซึ่งมีราคาสูงทุกปีในช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค. เพราะช่วงนี้มะละกอจะมีผลผลิต ราคาช่วงแพงจะอยู่ที่ 30-40 บาท/กก. มะละกอเพียง 10 ไร่ สามารถทำเงินได้มากถึง 1-2 ล้านบาท”

           มะละกอเป็นพืชอีกชนิดที่อยู่ในความสนใจของเกษตรกร เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ เศรษฐกิจที่ถดถอย กำลังซื้อลดลงส่งผลกระทบต่อราคาผลผลิตของพืชทุกชนิด ที่ราคาตกต่ำลงมาก แต่มะละกอกลับไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ราคายังสูงต่อเนื่อง จึงทำให้มีเกษตรกรสนใจขยายพื้นที่ปลูกมะละกอกันมากในหลายพื้นที่ และพื้นที่ที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นแหล่งใหญ่ของการปลูกมะละกอของบ้านเราก็คือ กำแพงเพชร ที่มีชื่อเสียงมานาน โดยก่อนหน้านี้เกษตรกรจะมีอาชีพทำไร่อ้อยกันเป็นหลัก จนกระทั่งมีคนที่สำเร็จกับมะละกอจึงมีการขยายพื้นที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

            ณฐพล นิยมจันทร์ เด็กหนุ่มที่หันมาปลูกมะละกอจนประสบความสำเร็จและทำให้ชาวบ้านนำไปแบบอย่างลงทุนปลูกมะละกอเพิ่มขึ้นทุกๆ จนทำให้ที่นี่กลายเป็นแหล่งปลูกมะละกอแหล่งใหญ่ มีผลผลิตออกจากพื้นที่นี้วันหนึ่ง 5-7 คันรถเลยทีเดียว สร้างฐานะ สร้างชีวิตความเป็นอยู่ให้กับชาวบ้านที่นี่อย่างมากมาย

            เกษตรกรที่นี่จะมีการวางแผนปลูกมะละกอให้เก็บได้ช่วงแพง ซึ่งมีราคาสูงทุกปีในช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค. เพราะช่วงนี้มะละกอจะมีผลผลิต ราคาช่วงแพงจะอยู่ที่ 30-40 บาท/กก. มะละกอเพียง 10 ไร่ สามารถทำเงินได้มากถึง 1-2 ล้านบาทจากการเก็บผลผลิตเพียง 2 เดือนเศษในช่วงที่ราคาแพงเลยทีเดียว

            สำหรับการปลูกมะละกอให้ออกช่วงแพงนั้น ต้องมีการวางแผนและมีการจัดการพอสมควร  คราวนี้มาวางแผนเพื่อเตรียมการปลูกมะละกอให้มีผลผลิตเก็บในช่วงราคาแพงกัน โดยมีวิธีการ ดังนี้

           เริ่มต้นจากกำหนดช่วงเวลาการปลูกให้มีผลผลิตเก็บในช่วงนั้น โดยการนับย้อนไป 8 เดือนแล้วจึงปลูก นั่นก็หมายความว่า ถ้าจะให้เก็บได้ช่วง ส.ค.-ก.ย.ก็ต้องปลูกประมาณ พ.ย.-ธ.ค.ค่ะ ซึ่งมะละกอที่จะเก็บช่วงนี้ได้ต้องเป็นมะกอที่จะออกดอกช่วง มี.ค.-เม.ย.ซึ่งอากาศร้อนมาก มะกอจะมีปัญหาดอกร่วงเยอะ บางพื้นที่ที่ร้อนมากจะไม่ติดดอกเลย ดอกจะร่วงหมด ดังนั้นพื้นที่ปลูกที่มีความชื้นสูงไม่ร้อนมากจะค่อนข้างได้เปรียบเพราะแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มก็สามารถทำให้มะละกอออกดอกและเก็บขายได้ช่วงแพงได้

             สำหรับในพื้นที่ที่ไม่มีความได้เปรียบในเรื่องของพื้นที่จะทำอย่างไรให้มีมะกอเก็บได้ในช่วงแพงมาก อาจไม่มากแต่ก็ขอให้ได้บ้าง ก็สามารถทำได้โดยเลื่อนเวลาปลูกให้เร็วขึ้นเพื่อให้ออกดอกในช่วงที่ไม่ร้อนเกินไป อาจจะเลื่อนมาปลูกช่วง ก.ย.-ต.ค.หรือ พ.ย.ก็ยังพอไหว เพื่อให้มะละกออกดอกก่อนฤดูร้อน โดยมะกอจะเริ่มออกดอกหลังปลูกประมาณ 3 เดือน หรือบางสวนอาจจะ 2 เดือนกว่าๆ ถ้าต้นสมบูรณ์มากๆ เพราะยังไงหลังจากเก็บมะกอแล้วมะกอจะสามารถเก็บได้นาน 4 เดือนขึ้นไป อาจจะถึง 6 เดือนหรือ 7 เดือนก็ได้ ขึ้นกับความดก ยังไงก็จะมีมะละกอเก็บได้ช่วงแพงบางส่วนแน่นอน 

           ในการสร้างสภาวะอากาศให้เหมาะกับการออกดอกติดผลของมะละกอในช่วงร้อนอันนี้ต้องยอมรับว่าในพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำดีและอากาศไม่ร้อนมาก อย่างภาคเหนือแถบเชียงราย แม่สอด หรือภาคตะวันออกอย่างเขตจันทบุรี ระยอง รวมทั้งทางใต้ ค่อนข้างได้เปรียบเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีสภาพอากาศที่ไม่ร้อนมาก ความชื้นในอากาศสูง แทบไม่ต้องทำอะไรเลย เพียงแต่ใช้วิธีนับย้อนช่วงเวลาการปลูกไปให้ผลผลิตออกมาในช่วงแพงก็สามารถมีมะละกอเก็บได้แล้ว แต่ในพื้นที่ที่ไม่มีความได้เปรียบของสภาวะดังกล่าวเราก็สามารถสร้างสภาวะที่เหมาะสมต่อการออกดอกของมะละกอได้โดยการเพิ่มความชื้นในอากาศ ลดความร้อนของอากาศลงโดยติดตั้งสปริงเกลอร์ในแปลง โดยให้มีระดับความสูงของสปริงเกลอร์ในตำแหน่งที่มะละกอออกดอกติดผลหรือสูงประมาณ 1.5-2 เมตร แม้จะทำให้มะละกอติดผลไม่มากเหมือนในเขตพื้นที่ที่ได้เปรียบเรื่องอากาศแต่ก็ยังไงก็จะมีผลผลิตให้ได้เก็บอย่างแน่นอนมากหรือน้อยเท่านั้นเอง ลงทุนเพิ่มอีกนิดหน่อยได้ผลตอบแทนกลับมาเกินคุ้มแน่นอน

        นอกจากนี้ต้องมีการจัดการธาตุอาหารทั้ง ใส่ปุ๋ยทางดินสูตรตัวท้ายสูง ร่วมกับการพ่นปุ๋ยเกร็ดทางใบที่มีสูตรตัวท้ายสูง 10-20-30 หรือใกล้เคียง รวมทั้งการใช้แคลเซียม-โบรอนซึ่งจะช่วยสร้างความสมบูรณ์ของดอก สร้างความแข็งแรงของเกสร ทำให้ระยะเวลาการบานของดอกตัวเมียที่ยาวนานขึ้น โอกาสที่จะเกิดการผสมของเกสรตัวผู้กับตัวเมียมีมากขึ้นก็จะทำให้การออกดอกติดผลเพิ่มขึ้นได้ 

          สำหรับเทคนิคการทำให้มะละกอติดดก คุณภาพดีนั้น ต้องมีการจัดการปุ๋ยที่ถูกต้อง โดยการใส่ปุ๋ยช่วงแรกใส่ปุ๋ยขี้ไก่รองพื้นก่อนปลูก และใส่ขี้ไก่ทุก 2 เดือนต้นละ 2 กก./ครั้ง  จากนั้นก็ให้ 15-0-0 ทุก 15 วัน เมื่อมะละกอออกดอก อายุประมาณ 2-3 เดือน เปลี่ยนมาใส่ปุ๋ย 8-24-24 สลับกับ 14-7-35 หรือ 15-5-20 ทุก 15 วัน ปริมาณปุ๋ยที่ให้ไม่มาก 10 ไร่ ใส่เพียง  100 กก.หรือ ปุ๋ย 2 กระสอบ  ส่วนทางใบพ่นธาตุอาหารเสริมสาหร่ายทะเลและแคลเซียม-โบรอนอย่างต่อเนื่องทุก 10 วัน  หากมีการระบาดของโรค-แมลงก็จะจัดการไปตามการระบาดการระบาดของโรค-แมลงชนิดนั้นๆ 

              คุณณฐพลบอกว่า มะละกอเป็นพืชที่ลงทุนไม่สูง ขนาดเขาให้ปุ๋ยและพ่นยาอย่างเต็มที่ เมื่อเทียบกับบางแปลงที่แทบไม่ได้ใส่ปุ๋ยหรือพ่นยาเลย มะละกอ  10 ไร่นี้ หมดค่าปุ๋ย ค่ายาเพียงเดือนละ 10,000-12,000 บาท รวมค่าแรงแล้วเท่ากับเก็บมะละกอเพียงรอบเดียวก็คืนทุนแล้ว แต่เดือนหนึ่งสามารถเก็บมะละกอได้ตั้ง 8-10  ครั้ง โดยต้นทุนตั้งแต่ปลูกจนถึงเริ่มเก็บ มะละกอพื้นที่ 10  ไร่ จะลงทุนลงทุนประมาณ  1.5-2  แสนบาท เก็บมะละกอเพียงไม่กี่เดือนก็สามารถคืนทุนได้แล้ว ยิ่งหากสามารถเก็บได้ช่วงแพงด้วยแล้ว เก็บมะละกอไม่กี่รอบก็คืนทุนแล้ว เขาบอกว่าปลูกมะละกอมาหลายปี จนถึงวันนี้มะละกอก็ยังเป็นพืชที่น่าลงทุนที่สุดสำหรับเขา และตอนนี้ยังรับสมัครลูกไร่เพื่อส่งเสริมปลูกและรับซื้อผลผลิตอีกด้วย ผลผลิตทั้งหมดป้อนให้กับแม่ค้าที่ตลาดไท 

               เกษตรกรที่สนใจเทคนิคการปลูกมะละกอให้ประสบความสำเร็จ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0897835887

 

 

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ