“ลักษณ์”ชี้ยุคสมัยจะเปลี่ยน..แต่ไม่พ้นภาคเกษตร

  •  
  •  
  •  
  •  

“ลักษณ์”ชี้ ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร พื้นฐานหลักที่สำคัญของประเทศไทยเรายังคงหนีไม่พ้นภาคการเกษตร ระบุภาคการเกษตรเป็นต้นน้ำที่สำคัญของภาคการผลิตอื่น  ยืนยันกระทรวงเกษตรฯ พร้อมสนับสนุนให้เกษตรกรบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่การผลิต

นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเปิดงานเกษตรภาคใต้ ครั้งที่ 26 ณ คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับคณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดงานเกษตรภาคใต้ ครั้งที่ 26 ภายใต้หัวข้อ “เกษตรคุณภาพเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 19 สิงหาคม 2561 เพื่อเผยแพร่ความก้าวหน้าทางวิชาการด้านการเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติ อาทิ ผลงานทางวิชาการเทคโนโลยีด้านการผลิตพืช การประมง การเลี้ยงสัตว์ อุตสาหกรรมเกษตร และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ

รวมถึงสนับสนุนกิจกรรมและบทบาทขององค์กรเกษตร ตลอดจนจัดตลาดสินค้าผลผลิตทางการเกษตรของหน่วยงานราชการ เอกชน และส่งเสริมการทำกิจกรรมร่วมกันของนักศึกษา เป็นเวทีฝึกการปฏิบัติเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ในเชิง Active Learning ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร พื้นฐานหลักที่สำคัญของประเทศไทยเรายังคงหนีไม่พ้นภาคการเกษตร เพราะการเกษตรเป็นต้นน้ำที่สำคัญของภาคการผลิตอื่น ๆ การที่คณะทรัพยากรธรรมชาติในฐานะสถาบันการศึกษาทางการเกษตรและทรัพยากรได้จัดงานเกษตรภาคใต้ขึ้น เป็นการบริการชุมชน เป็นเวทีแห่งการฝึกฝนประสบการณ์การทำงานแก่นักศึกษา สร้างภาพลักษณ์ความมั่นคงให้แก่พื้นที่ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภายในจังหวัดและภูมิภาคได้เป็นอย่างดี

นายลักษณ์ กล่าวอีกว่า  ปัจจุบันปัญหาทางภาคเกษตรที่ไทยกำลังประสบอยู่นั้น ประกอบด้วย 1) ปัญหาความเหลื่อมล้ำของพี่น้องเกษตรกร 2) สินค้าเกษตรผลิตเกินกว่าความต้องการในประเทศ จึงจำเป็นต้องสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่เกษตรกร 3) การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคเกษตรในอนาคต และ 4) ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะโลกร้อน จึงฝากให้ทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ช่วยพัฒนาบุคลากรให้เข้ามาช่วยพัฒนางานด้านเกษตรกรรมของไทยให้มีความยั่งยืนต่อไปในอนาคต และต่อยอดการดำเนินงานที่ได้มีการริเริ่มมาแล้ว อาทิ การสนับสนุนการปลูกพืชที่หลากหลายในพื้นที่สวนยาง และการพัฒนาด้านการประมง เป็นต้น ให้สำเร็จรุร่วงต่อไป

[adrotate banner=”3"]

“การทำการเกษตรโดยเกษตรกรรายย่อย จะทำให้ไม่มีอำนาจในการต่อรอง หากเกษตรกรมีการรวมกลุ่มในรูปแบบองค์กรหรือสหกรณ์ บริหารจัดการตั้งแต่การผลิต การรวบรวม การแปรรูป และการตลาด จะสามารถสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรได้ อีกทั้งอยากให้ทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ช่วยขับเคลื่อนให้เป็นวาระแห่งชาติ ส่งเสริมระบบธรรมมาภิบาล สนับสนุนให้เกษตรกรได้บริหารจัดการตลอดห่วงโซ่การผลิต ซึ่งจะทำให้ภาคการเกษตรของไทยมีความเข้มแข็งได้อย่างยั่งยืนต่อไป” รมช.เกษตรฯ กล่าว

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ