สภาเกษตรกรฯเดินหน้าต่อให้ปรับปรุงหักค่าใช้จ่ายเหมาภาคเกษตรกรรม

  •  
  •  
  •  
  •  

สภาเกษตรกรฯเดินหน้าต่อ ให้พิจารณาปรับปรุงการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมินของภาคเกษตรกรรม  จากกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายโดยเหมาร้อยละ 60 ให้เป็นหักค่าใช้จ่ายโดยเหมาร้อยละ 85 หลังกรมสรรพากรไม่เล่นด้วย อ้างไม่สามารถสะท้อนต้นทุนที่สูงของเกษตรกรได้

        นายสิทธิพร จริยพงศ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่สภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอขอให้พิจารณาปรับปรุงการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมินของภาคเกษตรกรรม ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน(ฉบับที่ 629)  พ.ศ.2560  จากกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายโดยเหมาร้อยละ 60 เป็นกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายโดยเหมาร้อยละ 85 เว้นแต่ผู้มีเงินได้จะแสดงหลักฐานต่อเจ้าพนักงานประเมินและพิสูจน์ได้ว่ามีค่าใช้จ่ายมากกว่านั้น ก็ยอมให้หักค่าใช้จ่ายได้ตามความจำเป็นและสมควร โดยขอให้การพิจารณาปรับปรุงมีผลบังคับใช้ในการยื่นแบบภาษีเงินได้ ปีปัจจุบัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังพิจารณาเรื่องนี้

        ปรากฏว่ากระทรวงการคลังโดยกรมสรรพากรได้แจ้งเป็นหนังสือถึงสภาเกษตรกรแห่งชาติว่าการกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมินแบบเหมาจ่าย ไม่สามารถสะท้อนต้นทุนที่สูงของเกษตรกรได้ การที่เกษตรกรมีค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพสูงนั้น การหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรจะสามารถสะท้อนต้นทุนได้ดีกว่า กรมสรรพากรจึงได้ดำเนินการให้คำแนะนำแก่เกษตรกรเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควร และการจัดทำเอกสารหลักฐานที่สามารถหักเป็นรายจ่ายทางภาษี 
[adrotate banner=”3"]
         นอกจากนี้ ได้จัดทำคู่มือการจัดทำเอกสารประกอบการลงบัญชีที่สามารถเป็นรายจ่ายทางภาษีได้  ซึ่งเรื่องนี้ที่ประชุมสภาเกษตรกรแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2561 เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2561 ได้แสดงความกังวลต่อการจัดทำเอกสารหลักฐานประกอบการหักรายจ่ายทางภาษีของเกษตรกรจึงให้แจ้งผลการพิจารณาข้อเสนอนี้ต่อสภาเกษตรกรจังหวัดทราบ และขอรับฟังความคิดเห็นต่อผลกระทบกับเกษตรกรต่อไป