5 ผักพื้นบ้าน ต้านมะเร็งได้ดี

ผักขี้เหล็ก เป็นผักพื้นบ้านของทางภาคใต้ เรานิยมนำมาทำแกงขี้เหล็ก  ส่วนดอกขี้เหล็กช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง และในส่วนของแก่นขี้เหล็กยังช่วยในรักษาโรคมะเร็งได้เช่น มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งลำไส้ และใบและดอกของขี้เหล็กช่วยบำรุงสายตา  เป็นยาบำรุงธาตุ และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายได้ดีอีกด้วยประโยชน์ของผักขี้เหล็ก ส่วนใบขี้เหล็กมีแคลเซียมสูง ช่วยในการต้านหวัด ช่วยในการบำรุงกระดูกและฟันให้มีสุขภาพแข็งแรง  ดอกขี้เหล็กนั้ก็อุดมไปด้วยวิตามินซีที่ช่วยทำให้ผิวพรรณสดใสขาวเป็นยองใย ช่วยในการย่อยอาหารทำให้เจริญอาหารได้ดี ช่วยลดความดันโลหิตสูง และช่วยต้านโรคเบาหวาน บำรุงเลือด ที่สำคัญช่วยในการยั้บยั้งเซลล์มะเร็งได้ดี

 

สะเดา เป็นผักใบฤดูหนาว ที่มีรสชาติค่อนไปทางขมมากกว่าหวานอย่างเห็นได้ชัด สะเดามีประโยชน์ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านบำรุงร่างกาย ขับเสมหะ ลดไข้ แก้ท้องผูก ขับลม และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเนื้องอก และมะเร็ง และเป็นสมุนไพรที่คนโบราณนิยมนำมากินเป็นผักเครื่องเคียงกับเมน­­­ูต่าง ๆ เช่น ปลาดุกย่าง ปลาทูทอด และกุ้งเผา เพราะการกินคู่กับอาหารอย่างอื่นจะช่วยลดความขมของสะเดา ที่สำคัญคือ เราจะได้ประโยชน์เน้น ๆ จากใบสะเดาอีกด้วย เพราะในใบสะเดานั้นมีสาร พอลิแซ็กคาไรด์ (Polysaccharide) และสารลิโมนอยด์ (Limonoids) ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเนื้องอกหรือเนื้อร้าย และยังมีสารเบต้าแคโรทีนที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งอีกด้วย­­­


ผักชีลาว เป็นสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่สามารถบรรเทาอาการนอนไม่หลับได้ เพราะสารฟลาโวนอยด์และวิตามินบีในผักชีลาวจะช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์และฮอร์โมนบางชนิดส่งผลให้เกิดภาวะสงบและนอนหลับได้ดี หยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคลดคอเลสเตอรอลลดกรดไหลย้อน   บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง  สำหรับผักชีลาวมีสรรพคุณที่ดีต่อร่างกายมากมาย แก้ท้องผูก ขับลม แก้อาการวิงเวียนศีรษะ เสริมภูมิต้านทานโรค และยังมีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยยับยั้งและชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็งอีกด้วย สรรพคุณเด็ดอย่างแรกของผักชีลาวก็คือหยุดยั้งการเติบโตของเชื้อโรคต่าง ๆ ในร่างกายได้ดีอีกด้วย

ผักติ้ว เป็นผักพื้นบ้านที่เป็นพืชยืนต้นที่ชาวบ้านแถบอีสานสามารถหามาทานกันได้ง่าย  ผักติ้วยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการต้านมะเร็งตับ  แต่ในด้านส่วนประกอบทางเคมีแล้ว ผักติ้วกลับมีกรดคลอโรเจนนิคที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง  ประกอบด้วย วิตามิน บี ซี เค แร่ธาตุต่าง ๆ เส้นใย เช่นเดียวกับผักอื่น  ซึ่งในงานวิจัยเกี่ยวกับผักติ้วว่า ผักติ้วนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ชื่อว่า กรดคลอโรเจนนิคสูง เมื่อเทียบกับสารโพลีฟีนอลทั้งหมด โดยกรดคลอโรเจนนิคนี้เป็นสารที่ป้องกันการทำลายดีเอ็นเอได้ นอกจากนี้ยังมีการวิจัยของนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ว่า “ผักติ้ว” ยังมีฤทธิ์หยุดยั้งการเจริญของของเซลล์มะเร็งตับได้ โดยไม่ทำลายเซลล์ปกติด้วย แต่ทั้งนี้ สารดังกล่าว ไม่สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งตับ (HepG2 / cells) ได้

ผักแขยง หรือ ผักกะแยง เป็นอีกหนึ่งผักพื้นบ้านมีมากในภาคอีสาน ในผักติ้วนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง มีฤทธิ์ช่วยต้านเซลล์มะเร็งได้เช่นกัน คนอีสานมักนำมาประกอบอาหารประเภทลาบ แกง หรือจิ้มน้ำพริก ผักพื้นบ้านเหล่านี้ได้ไม่ยาก  สามารถทานผักต่างๆ เช่น กระเทียม ขิง กะหล่ำ เห็ด ขมิ้น พริก มะละกอ เห็ด และผักอื่นๆ ได้  ประโยชน์และสรรพคุณผักแขยงมีโปรตีน มีคาร์โบไฮเดรต มีวิตามินเอ มีวิตามินซี มีวิตามินบี1 มีวิตามินบี2 มีวิตามินบี3 มีแคลเซียม มีฟอสฟอรัส มีเหล็ก มีไขมัน มีพลังงาน มีเส้นใย มีเบต้าแคโรทีน มีแคลเซียม มีโพแทสเซียม ช่วยขับลม แก้ท้องอืด ช่วยรักษาโรคผิวหนัง แก้คัน ช่วยรักษากลากเกลื้อน ช่วยรักษาฝีหนอง แก้ไข้ ช่วยลดไข้ แก้บวม เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยขับพิษ ช่วยป้องกันโรคเส้นเลือดในสมองอุดตัน ช่วยเจริญอาหาร ช่วยขับน้ำนมในสตรีคลอดลูก แก้พิษเบื่อเมา ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ช่วยป้องกันเส้นเลือดตีบตัน ได้อีกด้วย

ทีมา : sanook.com,medthai.com  

ผู้เรียบเรียง  : Fasai Jomjai

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ