อย่างมองข้าม “มะม่วงหิมพานต์” เมืองน่าน พืชทนแล้งทำรายได้ปีละว่า 100 ล้านบาท

  •  
  •  
  •  
  •  

     “จังหวัดน่านมีพื้นที่เพาะปลูกมะม่วงหิมพานต์ จำนวน 23,090 ไร่  เนื้อที่ให้ผลผลิต 13,554 ไร่  มีผลผลิตรวม 6,573,690 กิโลกรัม/ปี พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอนาหมื่น แม่จริม เมืองน่าน และสันติสุข ราคาที่เกษตรกรขายผลผลิตได้ 36.50 บาท/กิโลกรัม “

        มะม่วงหิมพานต์ เป็นพืชที่สามารถปลูกในสภาพพื้นที่ค่อนข้างแห้งแล้ง ใช้น้ำน้อย จึงเหมาะกับพื้นที่ในจังหวัดน่าน ซึ่งมีสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าและภูเขาสูง เพราะมะม่วงหิมพานต์ เหมาะสมกับสภาพพื้นที่สามารถทนแล้งได้ อีกทั้งตลาดยังมีความต้องการต่อเนื่อง ทั้งนี้ จังหวัดน่านมีการปลูกมะม่วงหิมพานต์ที่ช่วยสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าให้แก่ เกษตรกร ผู้ประกอบการ มีมูลค่ากว่า 100 ล้านบาทต่อปี

จากการสำรวจข้อมูลโดย สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ระบุว่า  จังหวัดน่านมีพื้นที่เพาะปลูกมะม่วงหิมพานต์ จำนวน 23,090 ไร่  เนื้อที่ให้ผลผลิต 13,554 ไร่  มีผลผลิตรวม 6,573,690 กิโลกรัม/ปี พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่ในอำเภอนาหมื่น แม่จริม เมืองน่าน และสันติสุข ราคาที่เกษตรกรขายผลผลิตได้ 36.50 บาท/กิโลกรัม  ส่วนใหญ่ร้อยละ 90 จำหน่ายให้แก่พ่อค้าในท้องถิ่นและอีกร้อยละ 10 จำหน่ายตรงให้โรงงานแปรรูปในจังหวัด เพื่อแปรรูปเป็นเมล็ดกะเทาะเปลือกดิบและอบพร้อมรับประทาน

จากการลงพื้นที่เพื่อสำรวจและเก็บข้อมูลของทีมจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พบว่า เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงหิมพานต์ส่วนใหญ่ยังขาดความรู้และความเข้าใจในเรื่องการจัดการแปลงที่ดี ทำให้ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้คุณภาพไม่เป็นที่ต้องการของผู้รับซื้อ  อีกทั้งเกษตรกรยังไม่ได้ตระหนักถึงการพัฒนาด้านคุณภาพมากนัก ทำให้ผลผลิตบางส่วนมีการปะปนของเมล็ดที่ไม่ดี เช่น  เมล็ดลีบ แบน  เน่า เสีย เป็นต้น เมื่อนำไปจำหน่ายต่อผู้รับซื้อจึงไม่นิยมรับซื้อและอาจทำให้ราคาผลผลิตมีการปรับลดลงตามคุณภาพของเมล็ดมะม่วงหิมพานต์

วว. จึงเข้าไปช่วยตอบโจทย์ด้วยการพัฒนาให้เกิดการรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงหิมพานต์ใน 3 พื้นที่/ชุมชน ได้แก่ ตำบลฝายแก้ว ตำบลเมืองจัง และตำบลน้ำแก่น อำเภอภูเพียง สามารถรวมกลุ่มสมาชิกได้จำนวน  89 ราย  (จากเดิมจำนวน  53 ราย) เพิ่มขึ้นร้อยละ 67 ปริมาณพื้นที่เก็บเกี่ยวก่อนการรวมกลุ่มมีจำนวน 236 ไร่ ภายหลังจากรวมกลุ่มทำให้มีปริมาณพื้นที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 443 ไร่  โดยสมาชิกเกษตรกรทั้ง 3 กลุ่ม มีปริมาณการขายได้รวม 21.051 ตัน มีรายได้รวมจากการขายเมล็ดมะม่วงหิมพานต์เท่ากับ 605,192 บาท คิดเป็นรายได้เฉลี่ย 8,016 บาทต่อราย มีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 47.76

การลงพื้นที่ของ วว.นั้น เป็น “โครงการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการในพื้นที่ (Local enterprise) บนฐานทรัพยากรพื้นฐานเพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่จังหวัดน่าน”  มุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าสร้างรายได้ในพืชเศรษฐกิจใหม่ 2 ชนิด คือ สมุนไพรและมะม่วงหิมพานต์ของจังหวัดน่าน  ซึ่ง วว. ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) เป็นหนึ่งในเครื่องมือวิจัยและพัฒนาพื้นที่หจังหวัดน่านนั่นเอง

สำหรับการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าใหม่ (New Value chain)วว. ดำเนินการยกระดับกลุ่มเกษตรกรโดยปรับบทบาทจากเกษตรกรรายย่อยเป็นกลุ่มเกษตรกรรวบรวมผลผลิตในพื้นที่ได้จำนวน 15 กลุ่ม โดยมีจำนวนประชากรหรือผู้ประกอบการที่ร่วมดำเนินโครงการจำนวน 468 คน เกิดมูลค่าผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นร้อยละ 93.79 รายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 62.22 นอกจากนี้ยังแก้ไขปัญหาหลักของการสูญเสียในกระบวนการผลิต โดยควบคุมวิธีการผลิตตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะเมล็ดเสีย ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการกระเทาะเปลือกดิบ ทำให้สัดส่วนเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ที่กะเทาะได้เกิดความสูญเสียลดลงร้อยละ 10 รวมทั้งมีการแปรรูปและส่งผลผลิตเมล็ดดิบสู่ระบบการจำหน่าย

ทั้งนี้เพื่อเพิ่มมูลค่าและเกิดการใช้ประโยชน์เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ให้มากขึ้น  วว. ดำเนินการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ ผู้แปรรูปเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ในพื้นที่จังหวัดน่าน ได้แก่  1) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแก่นมะม่วงหิมพานต์ ล้านนาภูเพียง อำเภอภูเพียง 2) วิสาหกิจเกษตรกรบ้านน้ำพาง อำเภอแม่จริม และ 3) ร้านบ้านถั่วลิสง อำเภอเมืองน่าน ให้มีความสามารถในการปรับปรุงกรรมวิธีการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ที่มีคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ได้แก่

เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ทอดและอบไล่น้ำมัน เมล็ดมะม่วงหิมพานต์เยื่อแดงอบ ผลิตภัณฑ์น้ำพริก 4 รสชาติ (รสดั้งเดิม รสปลาร้า รสกากหมู รสปลาป่น) ขนมขบเคี้ยวจากเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ (ขนมขบเคี้ยวรูปแท่ง และกราโนล่า) คุกกี้วีแกนจากเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ และเมล็ดมะม่วงหิมพานต์เคลือบปรุงรส 4 รสชาติ (รสอบเชย รสพริก กระเทียม รสขมิ้นชัน และรสโกโก้) รวมทั้งได้เริ่มต้นเชื่อมโยงตลาดและผู้ขายในพื้นที่ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์แปรรูปมะม่วงหิมพานต์ที่ได้จากการดำเนินโครงการนี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 133.39% และผู้ประกอบการมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ 68.36

ทั้งนี้ วว. ดำเนินงานโครงการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการในพื้นที่ฯ จังหวัดน่าน ในรูปแบบการบริหารจัดการธุรกิจท้องถิ่น (Business Management) โดยการพัฒนากระบวนการบริหารจัดการให้ครบตามห่วงโซ่การผลิต ประกอบด้วย การพัฒนาสมรรถนะของคนในแต่ละบทบาท การพัฒนากระบวนการผลิต ทั้งคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัย ได้สร้างเป็นข้อกำหนดให้กับผู้ประกอบการสำหรับใช้เป็นคู่มือในการดำเนินธุรกิจ

โดยโครงการได้นำข้อมูลของทั้งฝั่ง supply และ demand มาดำเนินการออกแบบกระบวนการพัฒนาพื้นที่ ทำให้เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเกิดการเปลี่ยนแปลง มีการต่อยอดธุรกิจแบบ circular คือ ใช้ประโยชน์จากของเหลือทิ้งในการแปรรูป และการบริหารจัดการวัตถุดิบ การควบคุณภาพการผลิตวัตถุดิบ และขั้นตอนการดำเนินการเชิงพาณิชย์เข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรม เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินธุรกิจที่เหมาะสมกับพื้นที่ อันจะก่อให้เกิดการเติบโตของเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืนต่อไป

     การปลูกมะม่วงหิมพานต์ ในพื้นที่จังหวัดน่านนับอีกหนึ่งเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้ระดับหนึ่ง และสำคัญยิ่งเป็นพืชที่สามารถปลูกในสภาพพื้นที่ค่อนข้างแห้งแล้ง ใช้น้ำน้อย จึงเหมาะกับพื้นที่ในจังหวัดน่านนั่นเอง