
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกโรงปกป้องสิทธิเกษตรกรและวิถีชีวิตคนไทย! “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” สั่งการด่วนให้กรมวิชาการเกษตร เร่งตรวจสอบกรณีเอกชนจดสิทธิคุ้มครองกะเพรา 4 สายพันธุ์ ขีดเส้นต้องรู้ผลภายใน 1 สัปดาห์ด้านปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “รพีภัทร์ จันทร์ศรีวงศ์” รับข้อสั่งการเร่งตรวจสอบเชิงลึก ยืนยันจุดยืนภาครัฐสนับสนุนงานวิจัย แต่ต้องไม่กระทบสายพันธุ์พื้นเมือง การันตีเกษตรกรและประชาชนทั่วไปยังคงเพาะปลูกและจำหน่ายกะเพราสายพันธุ์ดั้งเดิมกว่า 300 พันธุ์ได้ตามปกติ ไร้ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์
วันที่ 24 ต.ค. 2569 ณ ท้องสนามหลวง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สังคมเกิดความกังวล หลังบริษัท ซีพีแรม จำกัด ยื่นจดสิทธิคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (กะเพรา 4 สายพันธุ์) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการประกอบอาชีพของเกษตรกร โดยระบุว่า ตนมีความเข้าใจและตระหนักถึงความห่วงใยของประชาชน เนื่องจากกะเพราเป็นพืชที่ผูกพันกับวิถีชีวิตและการบริโภคของคนไทย

แฟ้มภาพ
นายสุริยะ ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า กระทรวงเกษตรฯ จะต้องปกป้องสิทธิประโยชน์ของเกษตรกรให้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด โดยเบื้องต้นได้สั่งการเร่งด่วนให้ “กรมวิชาการเกษตร” เข้าไปตรวจสอบรายละเอียดการจดสิทธิคุ้มครองของบริษัทเอกชนดังกล่าว ว่าดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายหรือไม่ พร้อมกำชับให้เร่งดำเนินการและรายงานผลให้ทราบโดยเร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาตรวจสอบไม่เกิน 1 สัปดาห์
นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตรยังมีฐานข้อมูลงานวิจัยกะเพราของภาครัฐอยู่แล้ว ซึ่งตนได้สั่งการให้ตรวจสอบเปรียบเทียบอย่างละเอียดด้วยว่า สายพันธุ์ที่เอกชนนำมาจดสิทธินั้น มีความคล้ายคลึงกับสายพันธุ์ดั้งเดิมที่มีอยู่หรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิทธิของเกษตรกรและประชาชนทั่วไป
ปลัดเกษตรฯ รับข้อสั่งการตรวจสอบเชิงลึก ย้ำชัดต้องไม่กระทบสิทธิเกษตรกร

ทางด้าน นายรพีภัทร์ จันทร์ศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการ พร้อมเร่งชี้แจงเพื่อยุติความสับสนและสร้างความมั่นใจให้กับสังคม โดยระบุว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญสูงสุดกับสิทธิของเกษตรกรและประชาชน ในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากพันธุ์พืชพื้นเมืองของไทยอย่างเสรีมาโดยตลอด
“กระทรวงเกษตรฯ พร้อมให้การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชใหม่ ๆ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการเกษตรของประเทศ อย่างไรก็ตาม ทุกขั้นตอนจะต้องดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างถูกต้อง โปร่งใส และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องไม่กระทบต่อสิทธิอันชอบธรรมของพี่น้องเกษตรกร ตลอดจนนักปรับปรุงพันธุ์พืชอิสระ” นายรพีภัทร์ กล่าว
เพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดและเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของส่วนรวม ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้ กรมวิชาการเกษตร ตรวจสอบรายละเอียดการจดทะเบียนคุ้มครองกะเพราทั้ง 4 สายพันธุ์ดังกล่าวอย่างรัดกุม ทั้งในส่วนของข้อกำหนด ขอบเขตสิทธิ และประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกร พร้อมทั้งเตรียมจัดทำข้อมูลเพื่อชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างถูกต้องในเร็ว ๆ นี้
ท้ายที่สุด ปลัดกษ. รพีภัทร์ ได้กล่าวยืนยันอย่างเป็นทางการเพื่อคลายความกังวลของสังคมทั้งประเทศว่า พี่น้องเกษตรกร ยังคงสามารถเพาะปลูก ขยายพันธุ์ และจำหน่ายกะเพราพันธุ์พื้นเมือง รวมถึงกะเพราสายพันธุ์ทั่วไปที่มีมากกว่า 300 สายพันธุ์ในประเทศไทยได้ตามปกติทุกประการ ขณะเดียวกัน พ่อค้า แม่ค้า ผู้ประกอบการร้านอาหาร ตลอดจนผู้บริโภค ยังคงสามารถซื้อขายใบกะเพรา หรือนำไปประกอบอาหารจำหน่ายได้ตามวิถีชีวิตปกติ โดยไม่เข้าข่ายการละเมิดสิทธิบัตรพันธุ์พืชใหม่แต่อย่างใด
