
กระทรวงเกษตรฯการันตี “มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569” มีความพี้อมในทุกมิติ มั่นใจจะพลิกผืนดินหนองแดสู่แลนด์มาร์กระดับโลก ชูศักยภาพเกษตรไทยสู่สายตานานาชาติ ปักหมุดขุมพลังเศรษฐกิจใหม่แห่งอีสาน ล่าสุดยอดสรุปผู้ร่วมงาน 17 ประเทศ ทำให้เมืองดอกบัวคึกคัก โรงแรม ร้านอาหาร ถูกจองเกือบเต็มแล้ว ขณะที่ “วัชระพล” เผยกว่า 10 ปี จากความฝันของคนชื่อ “วิเชียร ขาวขำ” สู่ความจริง
วันที่ 21 ตุลาคม 2569 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดงานแถลงข่าวถึงความพร้อมในการจัดงาน“มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” (Udon Thani International Horticultural Expo 2026) ณ ห้องนภาลัย แกรนด์ บอลรูม ชั้น 1 โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ โดยมีนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวในครั้งนี้

วัชระพล ขาวขำ
นายวัชระพล กล่าวว่า การจัดงาน มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ.2569 ที่จะมีระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 จนถึงวันที่ 14 มีนาคม 2570 รวมระยะเวลา 134 วัน ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ภายใต้แนวคิด “Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living” หรือ “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต : สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันเกื้อกูลระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม พร้อมตอกย้ำความสำคัญของการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และการพัฒนาภาคการเกษตรให้เติบโตควบคู่ไปกับการรักษาสมดุลของระบบนิเวศ

ทั้งนี้นับเป็นหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นมหกรรมพืชสวนระดับนานาชาติที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคนี้ ในฐานะตัวแทนของชาวอุดรธานี รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับมอบหมายให้มาต้อนรับทุกท่านเข้าสู่งานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี พ.ศ. 2569 ซึ่งเป็นมหกรรมพืชสวนระดับนานาชาติครั้งสำคัญ ที่ประเทศไทยในการแสดงศักยภาพด้านการเกษตรพืชสวน เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและความงดงามของวัฒนธรรมไทย ให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาคมนานาชาติ งานมหกรรมพืชสวนโลกในครั้งนี้
“งานนี้ไม่เพียงแต่นำเสนอความงดงามของพรรณไม้และนวัตกรรมการเกษตรจากทั่วโลก แต่ยังเป็นเวทีเผยแพร่อัตลักษณ์ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิถีชีวิตอีสาน ตลอดจนช่วยสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่ ทั้งภาคการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร การขนส่ง และผลิตภัณฑ์ชุมชน จังหวัดอุดรธานีมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน ในการเตรียมความพร้อมตลอด 134 วันของการจัดงานนี้” นายวัชระพล กล่าวและว่า ปัจจุบันสถานประกอบการที่พักถูกจองเกือบเต็มหมดแล้ว

กว่าจะได้จัดงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี รมช.เกษตรฯบอกว่า เกิดจากคนชื่อนายวิเชียร ขาวขำ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี ได้พูดกับตนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว อยากให้มีงานพืชสวนโลกที่ จ.อุดรธานี พร้อมชวนไปหาพื้นที่ที่สามารถจัดงานพืชสวนโลกได้ จนมาถึงอำเภอเมือง ที่บริเวณหนองแด ที่พี่น้องประชาชนชาวกุดสระ ชาวนากว้าง ชาวนาข่า ชาวหมู่ม่น เอาไว้ใช้ทำเกษตร เป็นพื้นที่หาปลาของชาวประมง เป็นพื้นที่ที่พี่น้องปลูกข้าว ทำไร่ ทำสวน และชาวอุดรฯ อยากได้สวนสาธารณะแห่งใหญ่ เป็นพื้นที่ปอด เป็นพื้นที่ที่ชาวอุดร และจังหวัดใกล้เคียง จะได้ใช้ประโยชน์ได้
อย่างไรก์ตาม แม้ว่าตนก็ไม่เชื่อว่จะเป็นไปได้และแล้ววันนี้มีจริง ตนขอขอบคุณนายเศรษฐา ทวีสิน และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้อนุมัติงบประมาณ 2,500 ล้าน และผลักดันงบประมาณให้กับงานนี้ด้วย รวมถึงนายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกๆ คน รวมถึงทุกๆ หน่วยงานที่ร่วมใจร่วมแรงกัน รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย เพราะนายอนุทิน ได้อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อให้การจัดงานสำเร็จลุล่วงด้วยดี

ระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ (ขวา)
ด้านนายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าว ในนามของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกบนพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งแรกในโลก ภายใต้แนวคิด “Diversity of Life” กระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียมความพร้อมในทุกมิติอย่างเต็มที่ โดยมีการแบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็นโซนสำคัญถึง 6 โซน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางชีวภาพ พันธุ์พืช พันธุ์ไม้ และนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการเกษตรที่ทันสมัย ได้แก่
โซนทางเข้าและจุดจำหน่ายบัตร, โซนสวนแสดงและอาคารหลัก, โซนการเชิญประเทศนานาชาติต่างๆ เข้ามาจัดสวนรวมกว่า 32 สวนจาก 17 ประเทศ โดยแบ่งเป็นสวนนานาชาติภายนอกอาคาร 16 สวน และภายในอาคาร 10 สวน พร้อมด้วยสวนองค์กรภาครัฐและเอกชนอีก 16 สวน, โซนนิทรรศการภายในอาคาร ที่จะจัดแสดงนิทรรศการวิชาการหมุนเวียน การประกวดพันธุ์พืช และเทคโนโลยีการเกษตรแม่นยำ, และโซนสวนพันธุ์พืชประจำจังหวัด มีสวนผำ สวนสมุนไพร ถ่ายทอดความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาเกษตร ทั้งยังได้รับการตอบรับที่ดีจากนานาประเทศทั่วโลก และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงนายกรัฐมนตรีที่เข้ามาสนับสนุนงบประมาณและติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด

จุดเด่นของงานเป็นการรวบรวมพืชพรรณ การออกแบบสวน และองค์ความรู้ด้านการเกษตรไว้ในพื้นที่เดียว ทั้งสวนนานาชาติ การจัดแสดงพรรณไม้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร ตลอดจนการเรียนรู้เรื่องระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เกษตรกรสามารถนำแนวคิดด้านการจัดการการผลิต การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และนวัตกรรมที่เหมาะสมกลับไปปรับใช้ ขณะที่ประชาชนและเยาวชนจะได้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ ผ่านการจัดแสดงและกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน รวมถึงได้สัมผัสภูมิปัญญาและวัฒนธรรมอีสาน
สำหรับมหกรรมครั้งนี้ได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) และจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี บนพื้นที่กว่า 1,030 ไร่ ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 รวม 134 วัน ภายใต้แนวคิด “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” (Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living)

ชูไฮไลต์ สวนนานาชาติ 32 สวน จาก 17 ประเทศ และ 2 องค์กรนานาชาติ แบ่งเป็นสวนนานาชาติภายนอกอาคาร 16 สวน และ สวนนานาชาติภายในอาคาร 16 สวน สวนองค์กรจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนชั้นนำของไทย 16 สวน สวนจัดแสดงพรรณไม้กว่า 50 สวน และไม้ดอกไม้ประดับหมุนเวียนกว่า 1 ล้านต้น พร้อมนิทรรศการและกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ตั้งเป้าผู้เข้าชม 3.6 ล้านคน คาดกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 2 หมื่นล้านบาท พร้อมผลักดันจังหวัดอุดรธานีสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
