
คณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ไฟเขียวเปิดตลาดสินค้าเกษตรตามพันธกรณีความตกลง WTO หลังจากพบว่า ดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรปี 2569 โตต่อเนื่อง คาดว่าอยู่ที่ 153.91 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.1 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ย้ำทุกมติยึดประโยชน์เกษตรกรไทยเป็นหลัก
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่ากรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 1/2569 โดยการหารือทุกหน่วยงานและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในครั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้ที่ประชุมร่วมพิจารณาและเสนอความเห็นในทุกประเด็นอย่างละเอียด สมเหตุสมผล และต้องคำนึงถึงประโยชน์แก่พี่น้องเกษตรกรเป็นสำคัญ
ทั้งนี้สถานการณ์และแนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรปี 2569 จากข้อมูลโดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ล่าสุดผลผลิตภาคการเกษตรมีทิศทางเพิ่มขึ้น ซึ่งดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรปี 2569 คาดว่าอยู่ที่ 153.91 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.1 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหมวดพืชมีดัชนีเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 และหมวดปศุสัตว์มีดัชนีเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7 สำหรับด้านเศรษฐกิจการเกษตรมีแนวโน้มขยายตัวในช่วงร้อยละ 0.5 – 1.5 โดยปัจจัยสนับสนุนหลายปัจจัย เช่น การบริหารจัดการน้ำ การเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ การควบคุมและเฝ้าระวังโรคระบาดในพืชและสัตว์ ตลอดจนการส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับสินค้าเกษตร เป็นต้น

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
ดังนั้นในโอกาสนี้ ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบการเปิดตลาดสินค้าเกษตรตามพันธกรณีความตกลงองค์การการค้าโลก (WTO) ปี 2569-2571 สำหรับสินค้าเมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ หอมหัวใหญ่ (แห้งเป็นผงและไม่เป็นผง) หัวพันธุ์มันฝรั่ง มันฝรั่งสดเพื่อแปรรูป รวมถึงการเปิดตลาดสินค้าเกษตรตามพันธกรณีความตกลงองค์การการค้าโลก (WTO) ปี 2570-2571 สำหรับสินค้ากระเทียม พร้อมทั้งมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ เตรียมนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเห็นชอบ และมอบหมายกระทรวงพาณิชย์ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
สำหรับการเปิดตลาดกลุ่มสินค้าเมล็ดกาแฟ และผลิตภัณฑ์กาแฟ ภายใต้ความตกลงองค์การค้าโลก (WTO) ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการเงื่อนไขการบริหารการนำเข้าสินค้า และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนแนวทางการส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพภาคการผลิตในประเทศควบคู่ไปด้วย
อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังคงติดตามและเฝ้าระวังปัจจัยด้านการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ รวมถึงความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่อาจส่งผลต่อภาคการผลิตสินค้าเกษตร เพื่อลดผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรให้มากที่สุด
