
ที่ประชุมคณะกรรมการปัญ โครงการฝายยโสธร – พนมไพร และโครงการฝายธาตุน้อย เห็นชอบให้เสนอ ครม.พิจารณาอนุมัติจ่ายค่าชดเชยเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวม 1,203 ราย พื้นที่รวม 20,806.61 ไร่ ในอัตราไร่ละ 7,000 บาท และค่าครองชีพครอบครัวละ 3,000 บาทต่อปี รวมวงเงินทั้งสิ้น 576,097,258.78 บาท
นายบุญแก้ว สมวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโครงการฝายร้อยเอ็ด โครงการฝายยโสธร – พนมไพร และโครงการฝายธาตุน้อย ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 277/2569 ลงวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 1/2569 โดยมีคณะผู้บริหาร ผู้แทนกรมชลประทาน ผู้แทนประชาชนที่ได้รับผลกระทบเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผ่านระบการประชุมออนไลน์ (Zoom Meeting) เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาและพิจารณาแนวทางการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสสร้างนี้
สำหรับโครงการฝายทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ ฝายยโสธร – พนมไพร อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2538 ฝายธาตุน้อย อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี แล้วเสร็จปี 2539 และฝายร้อยเอ็ด อำเภอเชียงขวัญ จังหวัดร้อยเอ็ด แล้วเสร็จปี 2543 ซึ่งฝายดังกล่าวมีลักษณะเป็นฝายปิดกั้นลำน้ำชีและมีบานเหล็กเปิด – ปิดเพื่อระบายน้ำ ก่อสร้างโดยกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์ (เดิม) ก่อนโอนภารกิจและโครงการทั้ง 3 แห่งให้กรมชลประทานดูแลในปี 2546

ต่อมาประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้ยื่นข้อร้องเรียนต่อรัฐบาลในปี 2553 เพื่อขอให้ฟื้นฟูระบบนิเวศและเยียวยาความเสียหายจากการก่อสร้างฝาย กรมชลประทานจึงว่าจ้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมภายหลังก่อสร้างแล้วเสร็จ (Post-EIA) โดยศึกษาแล้วเสร็จในปี 2562 จากนั้นได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่และประกาศรับรองผู้ได้รับผลกระทบ 747 ราย จำนวน 1,811 แปลง รวมพื้นที่ประมาณ 12,816.47 ไร่ พร้อมเสนอแนวทางเยียวยาในอัตราไร่ละ 7,000 บาท และค่าครองชีพครอบครัวละ 3,000 บาทต่อปี
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบผลการดำเนินงานของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการชุดเดิม ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 429/2567 มาดำเนินการต่อ พร้อมเห็นชอบให้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติจ่ายค่าชดเชยเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการฝายร้อยเอ็ด โครงการฝายยโสธร – พนมไพร และโครงการฝายธาตุน้อย รวม 1,203 ราย จำนวน 2,845 แปลง พื้นที่รวม 20,806.61 ไร่ ในอัตรา 7,000 บาทต่อไร่ และค่าครองชีพครอบครัวละ 3,000 บาทต่อปี รวมวงเงินทั้งสิ้น 576,097,258.78 บาท
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดยโสธร เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวบรวมข้อมูล และรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการฯ รวมถึงเห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำกับและติดตามแผนป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากโครงการทั้ง 3 แห่ง นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบกำหนดกรอบการดำเนินงาน โดยจะพิจารณาผลการดำเนินงานในเดือนสิงหาคม 2569 จากนั้นจึงเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และนายกรัฐมนตรีในเดือนตุลาคม 2569 และเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติจ่ายค่าชดเชยเยียวยาในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2569
