“เจียไต๋” ปักหมุดสุพรรณบุรี! เปิดแปลงโชว์โซลูชันนาข้าว ขับเคลื่อนการทำนาอย่างเป็นระบบ ยกระดับเกษตรกรไทย


เปิดฉากความร่วมมือครั้งสำคัญ บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย เดินหน้าผลักดันโซลูชันนาข้าวจับมือศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย หรือ “นาเฮียใช้” จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วยเครือข่ายพันธมิตร จัดงานฟิลด์เดย์ “นาดี นาปัง” สุพรรณบุรี เปิดแปลงนาสาธิตให้เกษตรกรได้สัมผัส ตั้งแต่การเลือกสายพันธุ์ การรับมือโรคและแมลงศัตรูพืชแบบมือโปร ไปจนถึงเทคโนโลยีการเกษตรสุดล้ำที่จะพลิกโฉมแปลงนาได้ผลผลิตดีขึ้น

ภายในงานฟิลด์เดย์ครั้งนี้กลุ่มเกษตรกรได้ลงพื้นที่แปลงนาสาธิตเพื่อเรียนรู้การจัดการเพาะปลูกข้าวแบบใกล้ชิด พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนกับนักเกษตรและทีมผู้เชี่ยวชาญ ในโอกาสนี้ คุณมนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด ร่วมลงพื้นที่แปลงนาสาธิต พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเกษตรกร เพื่อต่อยอดโซลูชันให้ตอบโจทย์กับความต้องการในแต่ละพื้นที่ได้มากยิ่งขึ้น

                                                    มนัส เจียรวนนท์

ไฮไลต์สำคัญของงาน คือการยกองค์ความรู้ “โซลูชันนาข้าวเจียไต๋” มาถ่ายทอดสู่แปลงเพาะปลูกจริง พร้อมการบรรยายที่เชื่อมทุกจิ๊กซอว์เข้าด้วยกัน ทั้งแผนจัดการการเพาะปลูก การเลือกใช้ปัจจัยการผลิต และเทคโนโลยีที่ใช่ ให้เกษตรกรเห็นภาพรวมการบริหารจัดการนาข้าวตลอดทั้งฤดูกาล ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ตามสภาพพื้นที่ ปัญหา และเป้าหมายของแปลงตัวเอง

คุณสุภาภรณ์ เกียรติศิริขจร Chief Marketing Officer บริษัท เจียไต๋ จำกัด เปิดเผยว่า เจียไต๋ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และผลิตภัณฑ์อารักขาพืชที่สั่งสมมายาวนาน สู่บทบาทใหม่ในฐานะ “โซลูชัน โพรไวเดอร์” มุ่งพัฒนาโซลูชันการเพาะปลูกที่ออกแบบเฉพาะ สำหรับโจทย์ของเกษตรกรแต่ละราย ช่วยเป็นที่ปรึกษาวางแผนการเพาะปลูก ควบคุมต้นทุน และผลักดันประสิทธิภาพผลผลิต

                                                       สุภาภรณ์ เกียรติศิริขจร

การพัฒนา “โซลูชันนาข้าวเจียไต๋” ต้องผ่านการศึกษา ทดลอง และพัฒนาตามโจทย์ในแต่ละพื้นที่ โดยริเริ่มที่แรก ณ เจียไต๋ เอ็กซ์พีเรียนซ์ หรือศูนย์เกษตรเจียไต๋ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ผ่านแผนจัดการการเพาะปลูก หรือ Crop Management Plan (CMP) ที่ออกแบบเฉพาะเจาะจงรายแปลง โดยพิจารณาสภาพพื้นที่ ดิน สภาพอากาศ ปัญหาหน้างาน และเป้าหมายของเกษตรกรอย่างละเอียด พร้อมทีมนักเกษตรและที่ปรึกษาเกษตรมืออาชีพที่ลงพื้นที่ทำงานเคียงข้างเกษตรกรตั้งแต่วันแรกของการวางแผนจนถึงวันเก็บเกี่ยว

“เมื่อเราเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากศูนย์เกษตรเจียไต๋ เราจึงตั้งใจขยายองค์ความรู้นี้ออกสู่พื้นที่เพาะปลูกในภูมิภาคต่าง ๆ และรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับนาเฮียใช้ แหล่งเรียนรู้ที่ได้รับความไว้วางใจจากเกษตรกรมาอย่างยาวนาน เพราะที่นี่จะเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านข้าวจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางการจัดการนาข้าวที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ และส่งต่อสู่เกษตรกรได้อย่างเป็นรูปธรรม” คุณสุภาภรณ์กล่าว

พร้อมย้ำชัดว่า ความสำเร็จนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้จากเจียไต๋เพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยการผนึกกำลังจากหลายภาคส่วน ทั้งนาเฮียใช้ หน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายร้านค้าตัวแทนจำหน่ายในจังหวัดสุพรรณบุรี และเกษตรกรในพื้นที่ ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และปรับแผนจัดการการเพาะปลูกให้เข้ากับแต่ละพื้นที่และเฉพาะแปลง

“ความร่วมมือครั้งนี้ คืออีกก้าวสำคัญของการสร้างคอมมูนิตี้ด้านเกษตร ที่เชื่อมโยงเกษตรกร ผู้เชี่ยวชาญ และทุกภาคส่วนให้มาเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน เพราะสำหรับเจียไต๋ ความสำเร็จที่แท้จริง คือการได้เห็นเกษตรกรประสบความสำเร็จ” คุณสุภาภรณ์ กล่าว

ภายในงาน เกษตรกรได้ลงแปลงเรียนรู้ร่วมกับนักเกษตรเจียไต๋ เจาะลึกการดูแลข้าวในแต่ละช่วงอายุ พร้อมอัปเดตข้อมูลข้าวพันธุ์ กข 113 จากคุณนิทัศน์ เจริญธรรมรักษา กรรมการผู้จัดการ บริษัท นาเฮียใช้ จำกัด พร้อมเรียนรู้การจัดการโรคและแมลงศัตรูพืชแบบมือโปร และทำความรู้จักสินค้าและบริการจากกลุ่มธุรกิจเจียไต๋ อาทิ เมล็ดพันธุ์เจียไต๋ ปุ๋ยตรากระต่าย และผลิตภัณฑ์อารักขาพืชเจียไต๋ ปิดท้ายด้วยเทคโนโลยีการเกษตรสุดล้ำจาก XAG Thailand ที่มาช่วยยกระดับการทำงานในแปลง หนุนการบริหารจัดการพื้นที่อย่างแม่นยำ และช่วยให้เกษตรกรวางแผนการเพาะปลูกได้มีประสิทธิภาพขึ้นกว่าเดิม

ด้าน คุณนิทัศน์ กล่าวว่า ความร่วมมือกับเจียไต๋เกิดจากแนวคิดและเป้าหมายที่ตรงกัน เพราะเชื่อมั่นว่าความสำเร็จของภาคธุรกิจต้องเติบโตไปพร้อมกับความสำเร็จของเกษตรกรเสมอ

“หลังจากได้ร่วมงานกับเจียไต๋ เห็นชัดเลยว่าทั้งสองฝ่ายเดินไปในทิศทางเดียวกัน เราเชื่อว่าธุรกิจจะโตไม่ได้เลย ถ้าชาวนายังไม่ประสบความสำเร็จ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่จะรวมองค์ความรู้และประสบการณ์ของทั้งสองฝ่าย มาสร้างประโยชน์สูงสุดให้เกษตรกร” คุณนิทัศน์กล่าว

งานฟิลด์เดย์ “นาดี นาปัง” สุพรรณบุรี ครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากเกษตรกรและหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่เข้าร่วมกว่า 250 คน ตอกย้ำอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการนำโซลูชันนาข้าวจากพื้นที่ทดลองสู่แปลงเพาะปลูกจริง ผ่านการผนึกพลังของเกษตรกร หน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายร้านค้าตัวแทนจำหน่าย และพันธมิตรในพื้นที่ เดินหน้าขยายองค์ความรู้ พัฒนาแนวทางการเพาะปลูก และปลุกปั้นให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจากแปลงของตนเองอย่างยั่งยืน