กรมส่งเสริมสหกรณ์ เล็งคิกออฟศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ ชูผลิตภัณฑ์ดาวเด่นประจำจังหวัดทั่วไทย


กรมส่งเสริมสหกรณ์มั่น เผยล่าสุดมีศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ทั้งสิ้น 122 แห่ง มั่นใจศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ ช่วยเพิ่มช่องทางกระจายผลผลิตสมาชิกสหกรณ์ทั่วไทย ชูดาวเด่นสินค้าประจำจังหวัดอย่างน้อยสหกรณ์ละ 1 ผลิตภัณฑ์ พร้อมร่วมมือกับไปรษณีย์ไทยส่งสินค้าทั่วไทย

นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ มีทั้งสิ้น 122 แห่ง เฉลี่ยจังหวัด 1-2 แห่ง ตามความพร้อมของสหกรณ์จังหวัดนั้น ๆ คาดว่าสิ้นเดือนมิถุนายน 2569 นี้น่าจะได้ยอดสรุปที่ชัดเจน ขณะที่บางจังหวัดได้ดำเนินการแล้ว อย่างเช่นจังหวัดเลยขณะนี้มีผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ได้มีการกระจายไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศผ่านศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ของแต่ละจังหวัด

นิรันดร์ มูลธิดา

ทั้งนี้นโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้มีสินค้าดาวเด่นในแต่ละจังหวัดอย่างน้อยศูนย์ฯละ 1 ชนิดสินค้า ที่อยู่ในศูนย์ฯ  จุดเด่นของศูนย์จะมีผลิตภัณฑ์ต้นทาง ปลายทาง โดยร่วมกับทางไปรษณีย์ในการจัดส่งสินค้าไปยังปลายทาง ซึ่งลูกค้าผู้บริโภคสามารถตรวจสอบจากเว็บไซต์ “โคออป อีซี่ (Co-op Eazy)” ซึ่งเป็นข้อมูลแบบเรียลไทม์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพัฒนาระบบใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถสั่งซื้อสินค้าจากสหกรณ์ทั่วไทยได้โดยตรงในทันที

ด้านนางพิชญ์สิณี สว่างโรจน์ สหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า การจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ของจังหวัดพิษณุโลกมี 2 แห่ง คือ ศูนย์ฯ ของสหกรณ์วัดจันทร์ จำกัด และสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. พิษณุโลก จำกัด ขณะนี้มีความพร้อมแล้วสำหรับการดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ จากเดิมที่ขายสินค้าให้กับเครือข่ายสหกรณ์ด้วยกัน แต่จากนี้ไปจะเริ่มขยายช่องทางจำหน่ายไปถึงภาคเอกชนอื่น ๆ ด้วย รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ จะพยายามดึงพวกนี้มาเป็นเครือข่ายลูกค้าด้วย

สำหรับสินค้าดาวเด่นของจังหวัดมี 2 ชนิด ได้แก่ ข้าวและมะม่วงน้ำดอกไม้ ซึ่งเป็นสินค้า GI ที่ได้รับความนิยมของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศมาอย่างยาวนาน และเป็นผลไม้ตามฤดูกาล แต่อย่างไรก็ตามพยายามจะเฟ้นหาผลิตภัณฑ์เด่น ๆ ของจังหวัดเข้ามาในระบบของศูนย์กระจายสินค้าฯ เพิ่มขึ้นอีก

ขณะที่ นางบุญเกิด ภานนท์ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ของสหกรณ์ว่า ทุกวันนี้ก็ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่จะต้องเพิ่มสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้นเพื่อตอบลูกค้าและผู้บริโภค ที่ผ่านมามีแต่ข้าวหอมมะลิเพียงอย่างเดียว

“ศูนย์กระจายสินค้าฯของร้อยเอ็ด เริ่มมาตั้งแต่ปี 2555 แต่ว่าระยะหลังหายไป บางสหกรณ์เขาทิ้งไปเลย แต่เราไม่ได้ทิ้งทำอยู่ตามปกติ บางสหกรณ์เขาไม่ไหวไม่ไปต่อ แต่เราไปต่อ เพียงแต่ว่าที่ผ่านมาเราเน้นช่วยเครือข่ายสหกรณ์ด้วยกันมากกว่า”นางบุญเกิด เผย

ส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดนั้นมีศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด และสหกรณ์ปฏิรูปที่ดินสุวรรณภูมิสาม จำกัด แต่มีสินค้าดาวเด่นที่แตกต่างกัน โดยสหกรณ์ฯเกษตรวิสัยจะเน้นข้าวเป็นดาวเด่น ส่วนสหกรณ์ฯปฏิรูปที่ดินสุวรรณภูมิสามจะมีผักและผลไม้ แต่ทั้งสองสหกรณ์เราก็ได้มีการเชื่อมโยงกันตลอด โดยมีสินค้าดาวเด่นเราเป็นข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้เป็นตัวเอก ส่วนของสหกรณ์ฯสุวรรณภูมิสามจะเด่นผักผลไม้ จึงอยากให้หน่วยงานรัฐเข้ามาช่วยดูแลส่งเสริมสนับสนุนงบประมาณหรือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่สหกรณ์ ในการพัฒนาศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ ทั้งในแง่ของพื้นที่และตัวสินค้า เพราะรายได้จากการจำหน่ายสินค้าทั้งหมดจะตกถึงเกษตรกรสมาชิกโดยตรง

“สิ่งที่ขาดตอนนี้อยากได้งบประมาณมาสร้างศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์แห่งใหม่ในพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้น เพราะว่าสมาชิกเรามากขึ้น แต่ตอนนี้พื้นที่แคบเกินไป อยากให้รัฐช่วยในเรื่องงบประมาณมาสนับสนุนหรือเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย เพราะบางช่วงอย่างช่วงผลไม้ล้นตลาด เราต้องช่วยรับผลไม้มาที่ศูนย์ฯ เพื่อเร่งกระจายกับสมาชิกและเครือข่ายสหกรณ์ในพื้นที่ให้เร็วที่สุด ฉะนั้น เราต้องมีที่เก็บและวางสินค้าได้ในปริมาณมาก” นางบุญเกิดกล่าวย้ำ