
บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เดินหน้าพัฒนาศักยภาพเกษตรกรรุ่นใหม่ ล่าสุดเปิดค่าย “KUBOTA FARMER ACADEMY” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Next Level ปลุกพลังเกษตร ในตัวคุณ” เน้นการผสานองค์ความรู้ด้านการเกษตรสมัยใหม่ เทคโนโลยี AgriTech และแนวคิด Smart Farming เพื่อเตรียมพร้อมสู่การเป็น Smart Farmer และผู้ประกอบการเกษตรในยุค Agropreneur ให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืน คัดผู้เข้ารอบ 30 คน จากผู้สมัครทั่วประเทศ สะท้อนความสนใจของคนรุ่นใหม่ที่มองเห็นโอกาสของอาชีพเกษตรกรในอนาคต ผู้ร่วมโครงการสุดปลื้ม ได้เห็น ได้ใช้จริงเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ อันจะไปสู่การประยุกต์ใช้จริงในกิจการที่บ้าน ชมเป็นโครงการที่สุดยอดจริงสอดคล้องกับเกษตรสมัยใหม่
นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ภาคการเกษตรไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ ท่ามกลางความท้าทายจากโครงสร้างแรงงานภาคเกษตรที่มีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น สะท้อนโจทย์สำคัญของภาคเกษตรไทยในระยะข้างหน้า ที่ไม่ได้เผชิญเพียงความท้าทายด้านการผลิตหรือการนำเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างและพัฒนากำลังคนรุ่นใหม่ให้มีทักษะที่สอดคล้องกับบริบทการเกษตรยุคดิจิทัล

วราภรณ์ โอสถาพันธุ์
ทั้งนี้เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ภาคเกษตร ที่ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรมมากขึ้น สยามคูโบต้ามองเห็นแนวโน้มเชิงบวกของภาคการเกษตรไทยที่มีคนรุ่นใหม่จำนวนมากสนใจเข้าสู่ภาคเกษตร ทั้งผู้ที่ต้องการกลับมาพัฒนาพื้นที่เกษตรของครอบครัว ผู้ที่มองหาอาชีพทางเลือก รวมถึงคนทำงานที่ต้องการต่อยอดรายได้ควบคู่กับการทำเกษตร จึงมุ่งมั่นสร้างพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้พัฒนาความรู้ ทักษะ และประสบการณ์จริง เพื่อก้าวสู่การเป็น Smart Farmer อย่างมืออาชีพ ภายใต้แนวคิด ‘Seeding Future Makers’ ที่มุ่งบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความรู้ ทักษะ และโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ในทุกมิติช่วงวัย เพื่อเป็นฐานรากสร้างทักษะเกษตรกรพันธุ์ใหม่ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม อนาคตของภาคการเกษตรไทยไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ขับเคลื่อนด้วยคนที่มีความรู้ วิสัยทัศน์ และกล้าลงมือทำ ท่ามกลางความท้าทายด้านต้นทุน สภาพอากาศ ตลาด และการแข่งขัน เกษตรกรยุคใหม่จึงจำเป็นต้องมีทักษะด้านการวางแผน การใช้ข้อมูล การบริหารจัดการฟาร์ม และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นการสร้างกำลังคนคุณภาพให้กับภาคการเกษตรไทยหรือ Human Capital ที่พร้อมปรับตัวและแข่งขันได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

KUBOTA FARMER ACADEMY จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 โดยออกแบบหลักสูตรให้ผู้เข้าร่วมได้อัปเลเวลศักยภาพของตนเองอย่างรอบด้าน สอดคล้องกับแนวคิด “Next Level ปลุกพลังเกษตรในตัวคุณ” ที่ต้องการให้ผู้เข้าร่วมก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของตนเอง ทั้งในด้านความรู้ ทักษะ และมุมมองการทำเกษตร ผ่านการเรียนรู้ที่ผสมผสานทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็น Smart Farmer ในยุคเกษตรดิจิทัล
โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต หรือ Future Skills ที่จำเป็นเพื่อส่งเสริมและยกระดับสู่ Agropreneur หรือยุคของเกษตรกรผู้ประกอบการ ที่เกษตรกรไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิต แต่เป็นทั้งผู้บริหารจัดการฟาร์มและผู้ประกอบการในเวลาเดียวกัน ผ่านการถ่ายทอดการวิเคราะห์ข้อมูล การบริหารต้นทุน การวางแผนธุรกิจ การประยุกต์ใช้ AgriTech และการบริหารจัดการฟาร์มสมัยใหม่ โดยผู้เข้าร่วมยังได้เรียนรู้ผ่านกรณีศึกษาความสำเร็จจริง (Real Success Case) จากเกษตรกรต้นแบบและผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จจริง อาทิ นายสุภชัย ปิติวุฒิ เจ้าของเพจ “ชาวนาวันหยุด” ที่ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจ และเปิดมุมมองใหม่ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

นอกจากนี้ ยังได้สัมผัสประสบการณ์ตรงกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่ ผ่านกิจกรรมทดลองขับเครื่องจักรกลการเกษตรหลากหลายประเภท ได้แก่ แทรกเตอร์ รถขุด รถเกี่ยวนวดข้าว รถดำนาไร้คนขับ โดรนการเกษตร และรถปลูกผัก ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต และลดข้อจำกัดด้านแรงงาน ภายในคูโบต้าฟาร์ม จ.ชลบุรี
รวมถึงได้เรียนรู้ผ่านฐานกิจกรรมที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การทำเกษตรแม่นยำ (Precision Farming) ผ่านระบบ KUBOTA Agri Solutions (KAS) การวัดสีใบข้าว การจัดการแปลงเพาะกล้า การจัดการพื้นที่เกษตรตามแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ การวางระบบน้ำด้วย K-Water การเพิ่มมูลค่าผลผลิต ตลอดจนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT สำหรับพืชไร่ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริงในพื้นที่ของตนเอง
นางวราภรณ์ กล่าวอีกว่า เพราะหัวใจสำคัญของสยามคูโบต้า คือ การสร้างและพัฒนาเมล็ดพันธุ์และสานฝันคนรุ่นใหม่สู่การเป็นเกษตรกรผู้เป็นกำลังสำคัญของภาคการเกษตรไทย ผ่านการเรียนรู้ด้านการตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการวางแผนต่อยอดผลผลิตทางการเกษตรสู่สินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม เพื่อยกระดับจาก “ผู้ผลิต” สู่ “ผู้ประกอบการเกษตร” ที่สร้างรายได้และเติบโตได้อย่างยั่งยืน สยามคูโบต้าหวังว่า KUBOTA FARMER ACADEMY จะเป็นจุดเริ่มต้นในการปลดล็อกศักยภาพ และต่อยอดสู่การลงมือทำจริง
“เราเชื่อว่าการสร้างอนาคตภาคการเกษตรที่ยั่งยืน ต้องเริ่มต้นจากการสร้างคนที่พร้อมเรียนรู้ ปรับตัว เติบโตไปกับการเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันของโลก พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยต่อไป” กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าฯ กล่าว
ด้านนายรัชกฤต สงวนชีวิน ผู้จัดการฝ่าย Sustainability Development บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรม KUBOTA FARMER ACADEMY 2026 ทางสยามคูโบต้า เพื่อตอบนสนององค์ความรู้ให้กับเกษตรกรรุ่นใหม่ซึ่งมีความเก่งอยู่แต่มาเติมเต็มด้านเทคโนโลยีและการตลาดให้ความแกร่งมาขึ้นได้มีการเชิญวิทยากรให้ความรู้จากหลายภาคส่วนอย่างจากกรมที่ดินและนักการตลาดเป็นต้น
ปรากฏว่าโครงการมีเกษตรกรสมัยใหม่ ให้ความสนใจนับร้อยคน แต่คัดมา 30 คนจากหลายสายอาชีพ ทั้งการเกษตรและปศุสัตว์ที่มาจากทั่วประเทศ (รายละเอียดในคลิปมีเกษตรกรด้วย)
ขณะที่เกษตรกรยุดใหม่ที่เข้าร่วมกิจกรรม KUBOTA FARMER ACADEMY 2026 ต่างพูดเสียงเดียวกันว่า เป็นโครงการที่ดีมาก สอดคลองกับการทำเกษตรยุคใหม่ท่ามกลางการเปลียนทั้งสภาพภูมิอากาศ การขาดแคลนแรงงานในภาคการ และต้นทุนการผลิตที่สูง เนื่องจากได้เห็น ได้ทดลองใช้จริงเครื่องจักรกลการเกษตรสมัยใหม่ ความถึงเทคต่างการแปรรูปร่วมถึงการตลาดด้วย

วิทยา เพชรมาลัยกุล
อย่างนายวิทยา เพชรมาลัยกุล (น้อย)เจ้าของไร่เพชรมาลัยกุล อ.หนองหญ้าปล้อง จ. เพชรบุรี บอกว่า การเข้าร่วมกิจกรรม KUBOTA FARMER ACADEMY 2026 กับสยามคูโบต้าในครั้งนี้คุ้มมาก ได้เห็นได้ทดลองใช้เทคโนโนยีการเกษตรสมัยใหม่ ที่สามารถจะนำมาใช้เพื่อลดต้นทุนการผลิต ลดแรงงาน และย่นระเวลาในการทำงาน และมีความแน้นยำสูง นวัตกรรมใหม่ของสยามคูโบต้าสามารถที่จะไปใช้ในสวนของเขาได้เลย
“ที่มาอบรมในครั้งนี้ที่ผมจะนำไปใช้ในสวนของผมหลายอย่างโดยเฉพาะระบบน้ำที่ใช้พลังแสงอาอาทิตย์หรือโชลาร์เซล การใช้เครื่องจักรกลในการปรับพื้นที่ รวมถึงการปลูกพืชผักด้วย ถือเป็นกิจกรรมที่ดีมาก ซึ่งไม่เพียงที่จะการอบรมเรียนรูในห้อง หาแต่ลงในพื้นที่จริง ได้ใช้เครื่องจักรกลสมัยใหม่จริง ผมมองว่าเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะการเกษตรในปัจจุบันที่จะทำให้การทำเกษตรเป็นอาชีพที่ยั่งยืนนได้” นายวิทยา กล่าว

สุรางคนา ทับทิมทอง
ดุจเดียวกับ นางสาวสุรางคนา ทับทิมทอง (กวาง) เจ้าของสวนอักษร อ. นายายอาม จ. จันทบุรี บอกว่า เพิ่งกลับไปทำอาชีพเกษตร ทำสวนทุเรียนได้ปีกว่า หลังจากที่ครอบครัวที่บ้านประสบปัญหาด้านแรงงานที่เคยใช้แรงงานจากประเทศเพื่อบ้าน หลังจากแรงงานกลับไปกัมพูชาแล้ว ทำให้ไม่มีคนช่วยมาทำงาน จึงคิดว่าในยุคที่ขาดแรงงาน จำเป็นที่จะต้องใช้เทคโนโลยีมาช่วยจึงกลับมาช่วย แต่กระนั้นยอมรับว่า บางครั้งแนวคิดไม่ตรงคุนพ่อ คุณแม่ที่ทำสวนทุเรียนมานานแล้ว ยกตัวอย่างถ้าฝนไม่ตก 2 วันพ่อกับแม่ต้องรีบรดน้ำแล้ว
“บางครั้งเราคิดความชื้นในดินยังมี เลยซื้อเครื่องวัดความชื้นในมา วัดดูยังมีน้ำเพียงพอยังไม่รดก่อนก็ได้ ในที่สุดแม่ยกสวนให้เอง 10 ไร่ให้ทำเอง จึงตั้งใจทำเกษตรแบบสมัยใหม่ เน้นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซื้อโดรน ซื้อเครื่องตัดหญ้า ตอนหลังที่บ้านเห็นผล จึงคุยกันง่ายขึ้น เราเห็นพ้องกัน ที่บ้านเข้าใจและยอมรับมากขึ้น จ้งหวะพอดีทางสยามคูโบต้าเปิดโครงการ KUBOTA FARMER ACADEMY 2026 จึงสมัครและได้รับการคัดเลือก พอร่วมโครงการบอกได้เลยว่า ดีจริง ได้ลงมือทุกอย่าง ได้ขับโดรน เครื่องจักรกลการเกษตรอย่างอื่น ฉันว่า 3 วันอาจน้อยไป แต่กระนั้นองค์ความรู้ที่ได้มาจากสยามคูโบต้าในครั้งนี้ สิ่งแรกที่จะมาประยุกต์การจัดการสวนด้วย IOT และการนำเครื่องเครื่องกลการเกษตรสมัยใหม่มาใช้” เธอ กล่าว
