
กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรสตรี ภายใต้แนวคิด “พลังเกษตรกรสตรี ขับเคลื่อนระบบเกษตรอาหารที่ยั่งยืน” เนื่องในโอกาสที่สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติกำ หนดให้ปี 2569 เป็น “ปีสากลแห่งเกษตรกรสตรี” เพื่อส่งเสริมบทบาทสตรีในภาคการเกษตร ลดช่องว่างทางเพศ และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
วันที่ 18 มิถุนายน 2569 นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปเป็นเป็นประธานพิธีเปิดงานเครือข่ายสตรีภาคเกษตร เพื่อเชื่อมโยงระบบเกษตรอาหาร (Agri-food Systems) ภายใต้แนวคิด “พลังเกษตรกรสตรี ขับเคลื่อนระบบเกษตรอาหารที่ยั่งยืน” (Women Farmers Driving Sustainable Agri-food Systems) พร้อมปาฐกถาพิเศษ และเยี่ยมชมนิทรรศการผลงานและผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรสตรี ณ อาคารคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ
นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าวว่า ตามที่สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้กำหนดให้ปี พ.ศ. 2569 (ค.ศ. 2026) เป็น “ปีสากลแห่งเกษตรกรสตรี” (International Year of the Woman Farmer : IYWF) เพื่อส่งเสริมบทบาทสตรีในภาคการเกษตร ลดช่องว่างทางเพศ และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้ขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรสตรีอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และยกระดับบทบาทสตรีในฐานะแกนสำคัญของระบบเกษตรอาหารไทย
ทั้งนี้ปัจจุบันประเทศไทยมีเกษตรกรจำนวน 6.78 ล้านคน เป็นเกษตรกรสตรีถึง 3.88 ล้านคน หรือคิดเป็นกว่าร้อยละ 57 ของเกษตรกรทั้งประเทศ (ข้อมูลทะเบียนเกษตรกร ณ วันที่ 30 เมษายน 2568) ตอกย้ำบทบาทสำคัญของสตรีในการผลิตอาหาร การสร้างความมั่นคงทางอาหารของครัวเรือนและชุมชน ตลอดจนการเพิ่มมูลค่าและพัฒนาสินค้าเกษตรสู่ตลาด โดยระบบเกษตรอาหารในปัจจุบันไม่ได้หมายถึงเพียงการผลิตพืชหรือเลี้ยงสัตว์เท่านั้น แต่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป การขนส่ง การตลาด การบริโภค ไปจนถึงการบริหารจัดการรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนมีความสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาประเทศ

“สตรีไทยไม่เคยหายไปจากภาคเกษตรกรรม เพียงแต่ในปัจจุบันได้รับการยกระดับบทบาทและความสามารถมากขึ้นในทุกภาคส่วน รวมถึงภาคการเกษตรด้วย การจัดงานในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงคุณค่า ศักยภาพ และความสามารถของสตรีไทยในภาคการเกษตรที่มีทั้งความรู้ ความเชี่ยวชาญ และได้รับการยอมรับจากหลายเวที ทางกระทรวงเกษตรฯ พร้อมที่จะสนับสนุนและต่อยอดศักยภาพเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ผ่านการฝึกอบรมและสร้างโอกาสใหม่ ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ยังได้บูรณาการร่วมกับกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ที่จะเข้ามาสนับสนุนการทำบัญชีให้กับกลุ่มเกษตรกรสตรี เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารจัดการอีกด้วย” นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าว
รมช.เกษตรฯ กล่าวอีกว่า กระทรวงฯ มุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรสตรีเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม แหล่งทุน มาตรฐานสินค้า และช่องทางการตลาดอย่างเท่าเทียม ผ่านกลไกสำคัญของกรมส่งเสริมการเกษตร ได้แก่ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร เกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) เกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) และเครือข่ายองค์กรเกษตรกร เพื่อเสริมสร้างทักษะอาชีพ การบริหารจัดการ การแปรรูปผลผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการตลาดออนไลน์ สอดคล้องกับแนวทางขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ที่ให้ความสำคัญกับบทบาทของสตรีในฐานะกำลังสำคัญของการผลิตอาหาร การสร้างความมั่นคงทางอาหาร และการพัฒนาระบบเกษตรอาหารของโลก

“ทางกระทรวงเกษตรฯเรา มีเป้าหมายที่ผลักดันให้เกษตรกรสตรีก้าวจาก ผู้ผลิต สู่ ผู้ประกอบการเกษตร ที่มีศักยภาพ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตร เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเติบโตไปพร้อมกับชุมชนได้อย่างเข้มแข็ง” รมช.เกษตรฯ กล่าวและว่า นอกจากนี้ยังมีแนวคิดการผลักดันโครงการ “The Idol ภาคเกษตร” เพื่อนำเกษตรกรต้นแบบ (Smart Farmer) ที่ประสบความสำเร็จในแต่ละสาขาและแต่ละภูมิภาค มาถ่ายทอดองค์ความรู้ วิธีคิด เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง สร้างแรงบันดาลใจและเป็นแนวทางให้เกษตรกรรายอื่นต่อยอดการประกอบอาชีพ
โดยจะดำเนินการผ่านระบบออนไลน์เป็นหลัก เพื่อให้เข้าถึงเกษตรกรได้อย่างกว้างขวาง ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า และเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรรวบรวมและคัดเลือกบุคคลต้นแบบจากทั่วประเทศ ก่อนขยายผลสู่ภาคส่วนต่าง ๆ ต่อไป โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนของโครงการภายในช่วงปลายปีนี้

อัญชลี สุวจิตตานนท์
ด้าน นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ปีสากลแห่งเกษตรกรสตรี พ.ศ. 2569 เป็นโอกาสสำคัญในการยกย่องบทบาทของสตรีในฐานะแกนหลักของระบบเกษตรอาหาร ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป การตลาด ไปจนถึงการบริหารจัดการทรัพยากรในชุมชน โดยกรมส่งเสริมการเกษตรพร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรสตรีเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียม
สำหรับกิจกรรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 380 คน จากทั่วประเทศ พร้อมจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การแสดงพลังเครือข่ายสตรีภาคเกษตร นิทรรศการผลงานและผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรสตรี รวมถึงการถ่ายทอดประสบการณ์จากเกษตรกรสตรีต้นแบบ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดลำปาง จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ แนวคิด และแรงบันดาลใจในการพัฒนาภาคการเกษตรสู่ความยั่งยืน

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งส่งเสริมบทบาทของสตรีในภาคเกษตรในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมเปิดโอกาสให้สตรีสามารถใช้ศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ทั้งในฐานะผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ผู้นำชุมชน และผู้ร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศ เพื่อร่วมสร้างความมั่นคงทางอาหาร
ลดความเหลื่อมล้ำ และขับเคลื่อนระบบเกษตรอาหารไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป
