
“สุริยะ” ลงพื้นที่ติดตามต้นแบบผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ ตั้งเป้าผลักดันให้ไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านข้าวคุณภาพ ข้าวปลอดภัย และข้าวคาร์บอนต่ำของโลก หนุนเกษตรกรสู่การทำนายุคใหม่ ลดต้นทุน และสร้างรายได้ที่มั่นคงอย่างยั่งยืน
วันที่ 17 มิถุนายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการขับเคลื่อนนโยบายการผลิตข้าวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากเกษตรกรในพื้นที่ โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร เข้าร่วม ณ กลุ่มแปลงใหญ่เกษตรสมัยใหม่ (ข้าว) อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
นายสุริยะ กล่าวว่า ปัจจุบันข้าวไทยกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ความเสี่ยงจากภัยแล้งและสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง การแข่งขันด้านราคา และแนวโน้มตลาดโลกที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย การตรวจสอบย้อนกลับ และการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทำให้เกษตรกรต้องมีการปรับตัวสู่เกษตรสมัยใหม่ที่ใช้ความรู้ เทคโนโลยี และการรวมกลุ่มของเกษตรกรเป็นพลังในการยกระดับการผลิต
นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้กรมการข้าวบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการใน 4 เรื่องสำคัญ ดังนี้ 1) ขยายผลข้าวคาร์บอนต่ำผ่านศูนย์ข้าวชุมชนและแปลงใหญ่ คัดเลือกพื้นที่และกลุ่มเกษตรกรที่มีความพร้อมเป็นพื้นที่นำร่อง โดยใช้ศูนย์ข้าวชุมชน กลุ่มแปลงใหญ่ และเกษตรกรต้นแบบ เป็นกลไกหลักในการถ่ายทอดเทคโนโลยี ผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพ รวบรวมข้อมูล และเชื่อมโยงตลาด

2) ยกระดับเมล็ดพันธุ์ งานวิจัย และเทคโนโลยีลดต้นทุน เร่งผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์คุณภาพให้เพียงพอ พร้อมพัฒนางานวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ลดการเผาฟาง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มมูลค่าผลผลิต
3) พัฒนามาตรฐานและระบบข้อมูลข้าวคาร์บอนต่ำ พัฒนามาตรฐานที่เกษตรกรเข้าร่วมได้ตามความพร้อม พร้อมจัดทำระบบติดตาม ตรวจวัด และตรวจสอบย้อนกลับที่น่าเชื่อถือ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลแปลง เพื่อลดภาระและต้นทุนการรับรองของเกษตรกร
4) เชื่อมโยงการผลิต การแปรรูป และตลาด บูรณาการความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ เชื่อมโยงข้าวคุณภาพและข้าวคาร์บอนต่ำสู่ตลาด พัฒนาการแปรรูป การสร้างแบรนด์ และการเพิ่มมูลค่า โดยกำหนดเป้าหมายและระบบติดตามผลที่ชัดเจน

“ข้าวคาร์บอนต่ำไม่ใช่ภาระใหม่ แต่เป็นแนวทางในการลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และเพิ่มโอกาสทางตลาด พร้อมตั้งเป้าให้ประเทศไทย “ไม่เป็นเพียงผู้ตามมาตรฐานโลก แต่ต้องก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านข้าวคุณภาพ ข้าวปลอดภัย และข้าวคาร์บอนต่ำ โดยมีเกษตรกรไทยเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา” นายสุริยะ กล่าว
โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้บังคับรถหยอดข้าวงอกติดตั้งระบบบังคับอัตโนมัติ และการใช้โดรนหว่านข้าวงอก พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการนวัตกรรมการผลิตข้าว นิทรรศการพันธุ์ข้าว กข113 และ กข119 ตลอดจนการสาธิตเทคโนโลยีการผลิตข้าวสมัยใหม่ อาทิ การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง การใช้ท่อวัดระดับน้ำ การใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี การจัดการฟางและตอซังโดยไม่เผา และการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินด้วย
ด้าน นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า กรมการข้าวได้ขับเคลื่อนการผลิตข้าวตามแนวทาง “3 เพิ่ม 3 ลด” ได้แก่ เพิ่มผลผลิต เพิ่มคุณภาพ และเพิ่มรายได้ ควบคู่กับการลดการใช้น้ำ ลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยมุ่งเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพื่อยกระดับการผลิตข้าวไทยให้มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกในอนาคต

ทั้งนี้กรมการข้าวได้รับมอบนโยบายสำคัญจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการขยายผลการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำผ่านศูนย์ข้าวชุมชนและกลุ่มนาแปลงใหญ่ทั่วประเทศ พร้อมเร่งยกระดับการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ พัฒนางานวิจัย เทคโนโลยีลดต้นทุน และระบบข้อมูลการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำ โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลรายแปลงมาใช้ในการติดตามและตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและตลาดทั้งในและต่างประเทศ
นอกจากนี้ กรมการข้าวยังมุ่งพัฒนาระบบรับรองมาตรฐานข้าวคาร์บอนต่ำหลายระดับ เพื่อให้เกษตรกรทุกกลุ่มสามารถเข้าร่วมได้ตามศักยภาพ ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับที่สามารถเชื่อมโยงกับตลาดพรีเมียม ตลาดส่งออก และระบบคาร์บอนเครดิตในอนาคต พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน โรงสี ผู้ส่งออก และสถาบันการศึกษา เพื่อพัฒนาการแปรรูป การสร้างแบรนด์ และเพิ่มมูลค่าผลผลิตข้าวไทยให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลกต่อไป
