จากสุราษฎร์ธานี ปักหมุดที่หนองเสือ พลิกที่สวนส้มเก่า 90 ไร่ สร้างตำนานทุเรียนปทุมฯ

โดย…นายหัวไทร

“ปลูกทุเรียนที่หนองเสือแห่งนี้มา 6 ปี ปีที่แล้วเริ่มติดลูก แต่ยังไม่ได้ขาย แจกให้พรรคพวกเพื่อนฝูงช่วยกันชิมก่อน ทุกคนบอว่าอร่อย ปีนี้ออกลูกเยอะ แต่ร่วงก็เยอะเหมือนกันจากที่คิดว่าน่าจะได้ 50 ตัน เหลือกว่า 30 ตัน ที่สำคัญรสชาติดี ตอนนี้ขายไปแล้วกว่า 30 ตัน ในราคา กก.ละ 200 บาท คาดว่าปีหน้ามั่นใจว่าจะได้ 50-60 ตัน”  

ย้อนอดีต “หนองเสือ” จังหวัดปทุมธานี หลายคนคงนึกถึงแหล่งปลูกส้มที่เคยรุ่งเรือง ก่อนที่สวนส้มจำนวนมากจะทยอยล้มสลายไปตามกาลเวลาด้วยโราคกรีนนิ่ง บ้างก็ว่า “เอดส์ส้ม”  ผลส้มร่วง ยืนต้นตาย จากนั้นพื้นที่จำนวนไม่น้อยถูกปรับเปลี่ยนไปปลูกกล้วยหอม ปลูกปาล์มน้ำมัน หรือพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นแทน

ใครจะคิดว่า วันนี้ “ทุเรียน” ราชาแห่งผลไม้ กำลังเติบโตและให้ผลผลิตที่งดงาม ณ หนองเสือ

                                                                 ลุงอ้น-เฉลิมวุฒิ อ้นจรูญ 

ทว่า  “ลุงอ้น” หรือ นายเฉลิมวุฒิ อ้นจรูญ ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขาใช้พื้นที่ 90 ไร่ ปลูกทุเรียนและให้ผลผลิตแล้วปีที่ 2 ซึ่งเขาเล่าว่า ครั้งหนึ่งเดินทางมาเยี่ยมเพื่อนในพื้นที่หนองเสือเมื่อหลายปีก่อน ก่อนจะเกิดความคิดว่า ในเมื่อพื้นที่แห่งนี้เคยสร้างชื่อจากการทำเกษตรเชิงพาณิชย์มาแล้ว ก็น่าจะมีศักยภาพในการปลูกพืชชนิดใหม่ได้เช่นกัน

จากความสงสัย กลายเป็นการลงมือพิสูจน์ด้วยความคิดกับการแสวงหาสิ่งใหม่ๆที่ท้าทาย

ลุงอ้น เริ่มต้นหาซื้อที่ดินจำนวน 40 ไร่ เพื่อลองปลูกทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์ เน้นหมอนทอง และมูซังคิง  เมื่อเห็นว่าต้นทุเรียนสามารถเจริญเติบโตได้ดี จึงตัดสินใจขยายพื้นที่เพิ่มเติม จนปัจจุบันมีสวนทุเรียนเพิ่มอีก 50 ไร่อยู่ใกล้กันรวมแล้ว  90 ไร่

“ผมปลูกทุเรียนที่หนองเสือแห่งนี้มา 6 ปี ปีที่แล้วเริ่มติดลูกราว 1,000 ลูก แต่ยังไม่ได้ขาย แจกให้พรรคพวกเพื่อนฝูงช่วยกันชิมก่อน ปีนี้ออกลูกเยอะ แต่ร่วงก็เยอะเหมือนกันจากที่คิดว่าน่าจะได้ 50 ตัน เหลือกว่า 30 ตัน ที่สำคัญรสชาติดี ตอนนี้ขายไปแล้วกว่า 30 ตัน ในราคา กก.ละ 200 บาท ตอนนี้เหลือไม่มากแล้ว คาดว่าวันอาทิตย์ (ึ7 มิ.ย.69) คงจะเป็นวันสุดท้าย ปีหน้ามั่นใจว่าจะได้ 50-60 ตัน”  ลุงอ้น กล่าว

“สวนทุเรียนลุงอ้น” เข้าไปทางคลอง 10 ประมาณ 10 กิโล ข้ามคลองไปอีกฝั่งลัดเลาะไปตามริมคลองนิดเดียวก็จะเจอสวนลุงอ้น อยู่ซ้ายมือ อยู่มรพื้นที่ ต.บึงกาสาม อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี หากไปช่วงนี้จะมีรถลูกค้าจอดอยู่เรียงราย ถ้าไปจากกรุงเทพน่าจะใช้เวลาประมาณ 45 นาที

กว่าจะถึงวันนี้แม้ผลผลิตจะออกมาน่าพอใจ แต่เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

ลุงอ้น บอกว่า  การปลูกทุเรียนในพื้นที่หนองเสือ มีความท้าทายมากกว่าพื้นที่ปลูกทุเรียนดั้งเดิมอย่างจันทบุรี ระยอง หรือภาคใต้ เนื่องจากสภาพดินแตกต่างกัน โดยชั้นดินที่เหมาะสำหรับการปลูกทุเรียนมีความลึกเพียงประมาณ 1 เมตรเท่านั้น ลึกลงไปจะเป็นดินดาน ทำให้การจัดการน้ำและการดูแลรากต้องอาศัยความเอาใจใส่เป็นพิเศษ ทั้งหมดอยู่ที่การดูแลและความใส่ใจ ถ้าดูแลถูกวิธี ทุเรียนก็โตได้

ปัจจุบันผลผลิตจากสวนส่วนใหญ่จำหน่ายภายในสวน โดยอาศัยลูกค้าประจำและการบอกต่อแบบปากต่อปาก ขณะที่อีกช่องทางสำคัญที่ช่วยให้สวนเป็นที่รู้จักมากขึ้น คือการใช้สื่อออนไลน์เข้ามาประชาสัมพันธ์

เรื่องราวของลุงอ้นจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการปลูกทุเรียนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า การเกษตรยุคใหม่ต้องอาศัยทั้งความรู้ ความกล้าลอง และการสื่อสารการตลาดควบคู่กันไป

จากพื้นที่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นอาณาจักรสวนส้ม วันนี้ “หนองเสือ” กำลังมีอีกหนึ่งเรื่องราวให้พูดถึง นั่นคือ “ทุเรียนปทุมธานี” ที่กำลังพิสูจน์ตัวเองว่า สามารถเติบโตและสร้างรายได้บนผืนดินแห่งนี้ได้อย่างไม่แพ้แหล่งปลูกชื่อดังของประเทศ