“ปิยะรัฐชย์” นำทัพ 63 ปี กรมพัฒนาที่ดิน ดัน AI–Big Data ปฏิวัติการจัดการดินไทย หนุน “เกษตรแม่นยำ”

“ปิยะรัฐชย์” นำทัพ 63 ปี กรมพัฒนาที่ดิน ภายใต้แนวคิด “63 ปี จากดินดี สู่อนาคตไทย” ประกาศพร้อมพลักดัน AI–Big Data มาปฏิวัติการจัดการดินไทย พร้อมสนีับสนุน  “เกษตรแม่นยำ” หวังลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ยกระดับอนาคตเกษตรกร

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานวันสถาปนากรมพัฒนาที่ดิน ครบรอบ 63 ปี ภายใต้แนวคิด “63 ปี จากดินดี สู่อนาคตไทย” โดยมี นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายจเด็ศ จันทรา ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวสุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และเครือข่ายหมอดินอาสาจากทั่วประเทศกว่า 1,000 คน เข้าร่วม ณ กรมพัฒนาที่ดิน

นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าวว่า กรมพัฒนาที่ดินมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรดิน ซึ่งถือเป็นรากฐานของภาคการเกษตรและความมั่นคงทางอาหารของประเทศ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานอย่างเต็มที่ มุ่งพัฒนาดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพ เพื่อลดภาระต้นทุนและเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร

พร้อมเดินหน้ายกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรดินของประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล AI และ Big Data เพื่อขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยสู่ “เกษตรแม่นยำ” เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเตรียมความพร้อมรับมือความผันผวนของภาคเกษตรในอนาคต ควบคู่กับการเสริมสร้างศักยภาพเกษตรกรและเครือข่ายหมอดินอาสา ให้เป็นกลไกสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาที่ดินสู่เกษตรกรทั่วประเทศ

                                                                    ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช

“วันนี้กรมพัฒนาที่ดินไม่ได้ทำงานเรื่องดินเพียงอย่างเดียว แต่กำลังนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งต่อองค์ความรู้และนวัตกรรมสู่เกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อให้เกษตรกรไทยสามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในอนาคต” นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าว

ขณะเดียวกัน กรมพัฒนาที่ดินยังเดินหน้าพัฒนาชุดตรวจวิเคราะห์ดินและระบบติดตามคุณภาพดินอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงการตรวจสุขภาพดินได้สะดวก ครอบคลุม และมีต้นทุนต่ำลง ช่วยให้สามารถนำข้อมูลไปวางแผนการผลิตและบริหารจัดการดินได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งได้พัฒนาระบบ “บัตรดินดี” ให้เกษตรกรเข้าถึงข้อมูลดินของตนเองผ่าน QR Code สามารถตรวจสอบผลวิเคราะห์ดิน แนวทางแก้ไขปัญหา และคำแนะนำในการปรับปรุงบำรุงดินได้อย่างสะดวก ปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าร่วมแล้วกว่า 200,000 แปลง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

“สิ่งสำคัญคือการทำให้เกษตรกรรู้จักดินของตนเอง เพราะเมื่อเข้าใจคุณสมบัติของดินในแต่ละพื้นที่ ก็จะสามารถวางแผนการใช้ปุ๋ยและบริหารจัดการการผลิตได้อย่างเหมาะสม ช่วยเพิ่มคุณภาพผลผลิตและบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ” รมช.เกษตรฯ กล่าวและขณะนี้ กรมพัฒนาที่ดินได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาทรัพยากรดินอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งระบบฐานข้อมูลดิน เทคโนโลยีวิเคราะห์ดินเพื่อเกษตรแม่นยำ และแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลสู่เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูล คำแนะนำ และแนวทางแก้ไขปัญหาดินได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังชื่นชมการดำเนินงานของกรมพัฒนาที่ดินในการต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมด้านดินอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการให้บริการตรวจวิเคราะห์ดินแก่เกษตรกรโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถวางแผนการเพาะปลูกได้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่มากขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาเครือข่ายหมอดินอาสาให้เป็นกลไกสำคัญในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่เกษตรกรในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ

ด้านนางสาวสุมิตรา  กล่าวว่า วันที่ 23 พฤษภาคมของทุกปี ถือเป็นวันสำคัญของชาวกรมพัฒนาที่ดิน นับตั้งแต่ก่อตั้งหน่วยงานเมื่อปี พ.ศ. 2506 เพื่อสำรวจ ศึกษา และจัดทำฐานข้อมูลทรัพยากรดินของประเทศอย่างเป็นระบบ ตลอดระยะเวลา 63 ปีที่ผ่านมา กรมฯ ได้ดำเนินภารกิจด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาทรัพยากรดินและน้ำอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ก่อนถ่ายทอดสู่เกษตรกรให้สามารถนำไปใช้ได้จริง ช่วยเพิ่มรายได้ และเสริมความมั่นคงทางอาหารของประเทศ

โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติแก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการ “ผลสำเร็จ 63 ปี จากดินดี สู่อนาคตไทย” ซึ่งนำเสนอผลงานและนวัตกรรมสำคัญของกรมพัฒนาที่ดิน ผ่านระบบ Digital Display ครอบคลุมทั้งแนวทางจัดการดินและปุ๋ยเพื่อรับมือวิกฤตราคาปุ๋ย การพัฒนาเกษตรคาร์บอนต่ำ นวัตกรรมวิเคราะห์ดินเพื่อเกษตรแม่นยำ ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรมูลค่าสูงจากการบริหารจัดการดินอย่างเหมาะสม จากนั้นเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ดินที่เป็นสถานที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาที่ดินและผลงานสำคัญของกรมฯ