“สุริยะ” เดือด!! ขู่ฟ้อง “ราเชน” ถ้าไม่หยุดพูด ไม่มีหลักฐาน ยันที่ย้ายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานกระทรวงฯ ปัดเอี่ยวหลาน ไม่เกี่ยวการเมือง

                                                    สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ

“สุริยะ” ขู่ “ราเชน” ถ้าพูดไม่หยุด ไม่มีหลักฐานโดนฟ้องแน่ ยืนยันการโยกย้ายอดีตอธิบดีกรมฝนหลวงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานกระทรวงฯ ปัดเอี่ยวกับหลาน พร้อมยืนยันว่า การดำเนินงานทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมือง

วันที่ 30 เมษายน 2569  นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกมาชี้แจงกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติโยกย้าย นายราเชน ศิลประยะ จากตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ว่า เป็นการปรับเปลี่ยนตามเหตุผลด้านการบริหารงาน ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัวตามที่มีการกล่าวอ้าง ส่วนที่นายราเชน  มีการพาดพิงถึงหลานของตนว่าเคยพยายามติดต่อขอเข้าพบอธิบดีฯ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 นั้น ขอยืนยันว่าในช่วงเวลาดังกล่าว ตนยังไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากดำรงตำแหน่งอยู่ที่กระทรวงคมนาคม

ส่วนประเด็นที่อ้างว่ามีการบันทึกการติดต่อของหลานในช่วง มีนาคม และ เมษายน 2569 นายสุริยะ กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องมาก่อน และเพิ่งสอบถามจากหลานภายหลังจากมีข่าว โดยได้รับการยืนยันว่า มีการติดต่อจริง แต่หากตนทราบล่วงหน้า ก็คงแจ้งให้อธิบดีฯ รับทราบ อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าไม่เคยได้รับการสื่อสารเรื่องนี้จากหลานแต่อย่างใด

ส่วนข้อกล่าวหาว่าหลานไปของาน มองว่าไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เนื่องจากอธิบดีฯ ยังไม่ได้เปิดโอกาสให้เข้าพบแม้แต่ครั้งเดียวแม้จะเป็นญาติกัน แต่ต่างคนต่างมีเส้นทางชีวิตของตัวเอง ผมทำงานการเมือง ส่วนคนอื่นก็ทำธุรกิจ ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน

นายสุริยะ กล่าวอีกา แม้จะมีหรือไม่มีกรณีดังกล่าว การโยกย้ายก็ยังคงต้องดำเนินการอยู่ดี เนื่องจากเป็นการพิจารณาเพื่อประสิทธิภาพการบริหารงานโดยรวม โดยเฉพาะในช่วงที่ภาคการเกษตรต้องเผชิญปัจจัยลบหลายด้าน จึงจำเป็นต้องมีผู้บริหารที่สามารถขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมยืนยันว่า การดำเนินงานทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม หากมีข้อสงสัยหรือเห็นว่าการดำเนินการของตนไม่ถูกต้อง สามารถชี้แจงหรือดำเนินการตามกฎหมายได้ แต่หาก นายราเชน ศิลประยะ ยังมีการกล่าวหาที่ก่อให้เกิดความเสียหายโดยไม่มีหลักฐาน ก็อาจจำเป็นต้องใช้สิทธิทางกฎหมายเช่นกัน