ยารา จับมือ เกษตรอินโน พัฒนาโซลูชันให้ปุ๋ยทางน้ำ ยกระดับเกษตรไทยสมัยใหม่ – เน้นแม่นยำ ยั่งยืน เข้าถึงได้

บริษัทยารา ผู้นำระดับโลกด้านธาตุอาหารพืชจากประเทศนอร์เวย์ ร่วมกับบริษัทเกษตรอินโน ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันฟาร์มครบวงจร ลงนามบันทึกความเข้าใจ “MOU” เพื่อพัฒนาระบบให้ปุ๋ยผ่านน้ำ ที่ผสานองค์ความรู้ด้านโภชนาการพืชเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งยกระดับเกษตรสมัยใหม่ของไทยให้ก้าวหน้า เข้าถึงง่าย และตอบโจทย์เกษตรกรทุกระดับ เผยความร่วมมือนี้ตั้งเป้าพัฒนาระบบให้ปุ๋ยทางน้ำที่เน้นเรื่องเกษตรแม่นยำ ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน และมีราคาที่เกษตรกรไทยสามารถจับต้องได้ การออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และใช้ได้กับพืชเศรษฐกิจหลากหลายชนิดในประเทศ เพื่อให้เกษตรกรสามารถเพิ่มผลผลิต ควบคุมต้นทุน และบริหารจัดการฟาร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

คุณนันทิยา พิทักษ์วงษ์ดีงาม กรรมการผู้จัดการ บริษัทยารา (ประเทศไทย) จำกัด และ คุณนันทภรณ์ อังศุกุลธร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกษตรอินโน จำกัด ในลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยนการพัฒนาระบบให้ปุ๋ยผ่านน้ำด้วยกัน ณ คูโบต้าฟาร์ม อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 พร้อมได้แสดงวิสัยทัศน์ด้านการเกษตรสมัยใหม่ที่เน้นให้เกษตรกรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยนวัตกรรมและองค์ความรู้ โดยเน้นว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้ในฟาร์มไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงหรือซับซ้อนเสมอไป หากแต่ต้อง “เหมาะสมกับบริบทพื้นที่และความต้องการของเกษตรกรจริง ๆ” ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทั้งสององค์กรจับมือกันพัฒนาระบบที่ใช้งานง่ายแต่ทรงประสิทธิภาพ

คุณนันทิยา กล่าวว่า  การเกษตรแม่นยำเป็นปัจจัยสำคัญเพื่อความอยู่รอด  ยารามุ่งพัฒนาโซลูชันการให้ปุ๋ยผ่านระบบน้ำ หรือ fertigation เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ทั้งนี้ ยาราเชี่ยวชาญด้านธาตุอาหารพืช และมีผลิตภัณฑ์สำหรับระบบน้ำอย่าง YaraRega แต่ยาราไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรมการผลิตแพลตฟอร์ม จึงเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่างยารากับเกษตรอินโน เพื่อจะทำทำให้การเกษตรแม่นยำ “เข้าถึงได้ง่าย” สำหรับเกษตรกรในประเทศไทย”

ในส่วนของผลิตภัณฑ์ ปุ๋ยเม็ดระบบน้ำของยารา (YaraRega) เป็นปุ๋ยเม็ด เอ็นพีเค ละลายน้ำได้ดีมากถึง 99 % เมื่อเปรียบเทียบกับปุ๋ยปั้นเม็ดทั่วๆไป ละลายแล้วจะมีอนุภาคเล็กกว่า 40 ไมโครเมตรอยู่มากกว่า 90 % ทำให้สามารถใช้ได้อย่างเหมาะสมกับระบบน้ำในการเกษตรของประเทศไทย ทำให้พืชมีประสิทธิภาพในการใช้ประโยชน์ของน้ำและธาตุอาหารมากที่สุด

                                           (จากซ้าย) คุณนันทภรณ์ อังศุกุลธร-คุณนันทิยา พิทักษ์วงษ์ดีงาม

ด้านคุณนันทภรณ์  กล่าวว่า ระบบให้ปุ๋ยผ่านน้ำ (Fertigation) โดยเกษตรอินโน ถูกออกแบบสำหรับพื้นที่ 10–200 ไร่ ครอบคลุมพืชเศรษฐกิจหลัก เช่น อ้อย ข้าวโพด และแตงโม โดยมีจุดเด่นในการละลายปุ๋ยภายใน 10 นาที ควบคุมความเข้มข้นได้สม่ำเสมอ และมีความแม่นยำในการจ่ายสูงถึง 95% ช่วยให้พืชดูดซึมธาตุอาหารได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ลดการสูญเสีย และลดต้นทุนในระยะยาว พร้อมสนับสนุนการทำเกษตรแบบสมาร์ทฟาร์มมิ่ง ที่ช่วยลดการพึ่งพาแรงงาน และยกระดับศักยภาพเกษตรกร ซึ่งสะท้อนพันธกิจขององค์กรในการยกระดับเกษตรไทยสู่สมาร์ทฟาร์มมิ่ง พร้อมเปิดโอกาสให้เกษตรกรรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคการเกษตรได้ง่ายขึ้น ภายใต้แนวคิด “ออกแบบโลกเกษตรแม่นยำ เพื่อทุกความเป็นไปได้” เน้นโซลูชันเกษตรที่เรียบง่าย แม่นยำ และคุ้มค่า เพื่อเพิ่มผลผลิต ควบคุมต้นทุน ตลอดจน ยกระดับการบริหารจัดการฟาร์มอย่างยั่งยืน

ในพิธีลงนามครั้งนี้ คุณอัสตริด เอมีเลีย เฮลเล เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย ได้ให้เกียรติร่วมงานและกล่าวถึงมิตรภาพอันยาวนานระหว่างไทยและนอร์เวย์ รวมถึงความร่วมมือด้านการเกษตรที่เข้มแข็งต่อเนื่อง โดยได้แสดงความยินดีที่ได้เห็นทั้งสองบริษัทร่วมกันนำความรู้มาเสริมจุดแข็งซึ่งกันและกันเพื่อพัฒนาภาคการเกษตรของไทย

นอกจากนี้ การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ยังสอดคล้องกับบรรยากาศของ “วันน้ำโลก” หรือ World Water Day (ตรงกับวันที่ 22 มีนาคมของทุกปี) ที่องค์การสหประชาชาติกำหนดขึ้นเพื่อกระตุ้นความตระหนักรู้ด้านการจัดการทรัพยากรน้ำ รวมถึงการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ — ประเด็นสำคัญสำหรับการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งยาราและเกษตรอินโนต่างเล็งเห็นถึงผลกระทบจากสภาวะ El Niño / La Niña ต่อทรัพยากรน้ำและผลผลิตทางการเกษตร และความจำเป็นที่เกษตรกรจะต้องปรับตัว

ภายหลังจากเสร็จสิ้นพิธีลงนาม ผู้บริหารจากทั้งสองบริษัท และเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ได้เยี่ยมชมคูโบต้าฟาร์มเพื่อชมนวัตกรรมเกษตรที่จะช่วยผลักดันเกษตรไทยสู่เกษตรยุคใหม่ที่เน้นความแม่นยำและความยั่งยืน