ซินเจนทา ประเทศไทย เปิดตัวเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พันธุ์ใหม่ ” NK 6954″ ชูนวัตกรรมรุ่นใหม่ ที่ให้ผลผลิตสูง ต้านทานโรค เพิ่มทางเลือกการผลิตให้เกษตรกร

“ซินเจนทา ซีดส์ ประเทศไทย” หนึ่งในผู้ผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รายใหญ่ของประเทศไทย จัดงาน “NK HERO DAY รุ่นใหญ่ สู่ รุ่นใหม่” เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีเมล็ดพันธุ์และการจัดการแปลงปลูกสู่เกษตรกร พร้อมเปิดตัวข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมพันธุ์ใหม่ ” NK 6954″ อย่างเป็นทางการ ชูจุดเด่นให้ผลผลิตสูงกว่าทั่วไปถึง 8 % ต้านทานโรค เป้าหมายให้เกษตรกรได้เห็นของจริงจากแปลงสาธิต เพื่อสร้างความมั่นใจในการเลือกใช้พันธุ์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านผลผลิตและความต้องการของตลาดอาหารสัตว์ในปัจจุบัน เกษตรกรที่ปลูกแล้วสุดปลื้มให้ผลผลิตสูงจริงรุ่นแรกได้ไร่ละกว่า 2 ตัน 

งานดังกล่าวจัดขึ้น ณ สถานีวิจัยและพัฒนา ซินเจนทา อ. ตากฟ้า จ. นครสวรรค์ โดยมีเกษตรกรจากพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก รวมถึงดีลเลอร์และเกษตรกรผู้นำชุมชนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก ภายในงานเปิดให้เกษตรกรได้เยี่ยมชมแปลงสาธิตและเรียนรู้คุณสมบัติของพันธุ์ NK 6954 อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ลักษณะฝัก ความแข็งแรงของต้น ความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพพื้นที่ราบและพื้นที่ราบลุ่ม ตลอดจนแนวทางการจัดการแปลงที่เหมาะสมตั้งแต่การเลือกพันธุ์ การวางระยะปลูก ไปจนถึงการใช้สารอารักขาพืชอย่างเหมาะสมกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

การจัดกิจกรรมในรูปแบบภาคสนามดังกล่าวสะท้อนแนวทางการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตรที่เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจของเกษตรกรในยุคที่การผลิตต้องคำนึงถึงทั้งประสิทธิภาพ ต้นทุน และความแปรปรวนของสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะในบริบทที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังคงเป็นวัตถุดิบหลักของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ และมีความต้องการใช้อย่างต่อเนื่องในห่วงโซ่อุปทานการเกษตร

นายสามิต บุรีแก้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซินเจนทา ซีดส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “การพัฒนาเมล็ดพันธุ์ในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเพียงการเพิ่มผลผลิต แต่ต้องคำนึงถึงความสม่ำเสมอของการเจริญเติบโต ความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพพื้นที่ และการใช้งานจริงในแปลงเกษตรกร ซินเจนทาจึงมุ่งพัฒนาเมล็ดพันธุ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในแปลงเกษตรกร พันธุ์ NK 6954 จึงถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดของการเป็น “รุ่นใหม่” ที่ต่อยอดจากความสำเร็จของพันธุ์ในตระกูล NK โดยเน้นความแข็งแรงของต้น ความสม่ำเสมอของฝัก และศักยภาพผลผลิตที่เกษตรกรสามารถเห็นได้ชัดเจนจากแปลงสาธิต สะท้อนแนวทางการพัฒนาพันธุ์พืชที่มุ่งตอบโจทย์การผลิตของเกษตรกรในปัจจุบัน”

พันธุ์ NK 6954 ใช้ระยะเวลาเก็บเกี่ยวประมาณ 105–120 วัน มีระยะออกไหมราว 53–55 วัน ให้ผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,700 –2,100 กิโลกรัมต่อไร่ พร้อมลักษณะฝักขนาดใหญ่ จำนวนแถวเมล็ดประมาณ 14–16 แถว และเมล็ดติดเต็มปลายฝักช่วยเพิ่มน้ำหนักผลผลิตต่อฝัก ในด้านการจัดการแปลง พันธุ์ดังกล่าวสามารถปลูกในพื้นที่ราบและพื้นที่ราบลุ่มได้ จึงเหมาะสำหรับระบบการผลิตแบบเก็บสด ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง โดยเฉพาะข้าวโพดหลังนา และมีความทนทานต่อสารนิโคซัลฟูรอนเมื่อใช้ตามคำแนะนำ

อีกทั้งยังทนทานต่อโรคราน้ำค้างและโรคใบไหม้แผลใหญ่ ช่วยลดความเสี่ยงด้านโรคพืชและเพิ่มความมั่นใจให้เกษตรกรในการเพาะปลูก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมหลากหลาย โดยการแนะนำระยะปลูกอยู่ที่ 70 x 20 เซนติเมตร หรือประมาณ 11,400 ต้นต่อไร่ เมล็ดพันธุ์มีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 3 หุน และ 3.5 หุน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการและรูปแบบการปลูกของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่

“NK 6954 ถือเป็นผลลัพธ์ของการพัฒนานวัตกรรมเมล็ดพันธุ์ของซินเจนทา ที่ผสานองค์ความรู้ด้านพันธุกรรม การคัดเลือกสายพันธุ์ และการทดสอบในสภาพแปลงจริง เพื่อให้ได้พันธุ์ที่แข็งแรง ให้ผลผลิตสูง และสามารถปลูกได้หลากหลายสภาพพื้นที่ ตอบโจทย์การใช้งานจริงของเกษตรกรและความต้องการของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ซินเจนทา ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนความยั่งยืนของระบบการผลิตทางการเกษตรในระยะยาว เกษตรกรไทยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดความเสี่ยง และสร้างความมั่นคงด้านรายได้ไปพร้อมกัน” นายสามิต กล่าว

สายสวาท โพธิ์ศรี

ด้า่นนางสายสวาท โพธิ์ศรี เกษตรกรจาก ต.ชอนสารเดช อ.หนองม่วง จ.ลพบุรี บอกว่า มีอาชีพปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มากกว่า 30 ปีแล้ว ในพื้นที่ 30 ไร่ เน้นปลูกข้าวโพดเลี้ยงสายพันธุ์ NK ของซินเจนทา มาตลอด ปัจจุบันก็เป็นลูกไร่ของซินเจนทา จึงมีโอกาสได้ทดลองสายพันธุ์ใหม่ๆเสมอ ล่าสุดหลังที่ซินเจนทราได้ปรับพันธุ์ใหม่ NK 6954 ก็ได้ทดลองปลูกแล้วทั้งปลูกเมล็ดพันธฺุ์ให้ซินเจนทา และปลูกเพื่อส่งโรงงานปรากฏว่าดีมากให้ผลผลิตสูงไร่ละกว่า 2 ตัน รุ่นหน้าจะปลูกพันธุ์ NK 6954 ทั้งหมด