
กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าขับเคลื่อนแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2568/69 ปรับจากเดิมที่ พิจารณาปริมาณน้ำต้นทุนเป็นปัจจัยหลัก มาเป็นการพิจารณาแบบบูรณาการหลายมิติ ควบคู่กับมาตรการจัดสรรน้ำและมาตรการด้านการเกษตร ให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความต้องการของตลาด พร้อมป้องกันและลดผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง ตลอดจนดูแลและสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถดำเนินการผลิตได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน
นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้กำหนดแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2568/69 โดยมีเป้าหมายพื้นที่เพาะปลูก ทั้งประเทศรวม 15.60 ล้านไร่ แบ่งเป็นข้าวรอบที่ 2 จำนวน 12.86 ล้านไร่ และพืชไร่พืชผัก จำนวน 2.74 ล้านไร่ เพื่อให้การเพาะปลูกเป็นไปตามศักยภาพพื้นที่และปริมาณน้ำที่มีอยู่

อัญชลี สุวจิตตานนท์
สำหรับพื้นที่สำคัญ ได้กำหนดแผนการเพาะปลูกตามลุ่มน้ำ ได้แก่ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 22 จังหวัด พื้นที่ 8.59 ล้านไร่ และ ลุ่มน้ำแม่กลอง 7 จังหวัด พื้นที่ 1.27 ล้านไร่ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำของแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการ วิเคราะห์และชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำนอกเขตชลประทาน โดยได้แจ้งเตือนและให้คำแนะนำเกษตรกรในการปรับแผนการผลิตอย่างต่อเนื่อง พร้อมคาดการณ์และเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำเค็มรุกสวน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อไม้ผลและพืชเศรษฐกิจ โดยได้ประสานการแจ้งเตือนและให้คำแนะนำการจัดการสวนแก่เกษตรกรอย่างใกล้ชิด ส่วนในด้าน มาตรการจัดสรรน้ำ
กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการจัดสรรน้ำเพื่อการเกษตรอย่างรัดกุม โดยยึดหลักการใช้น้ำตามลำดับความสำคัญ และจัดสรรน้ำเพื่อการเกษตรตามแผนที่กำหนด พร้อมติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และปรับแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างทันท่วงที

ในส่วนของการสนับสนุนของกรมส่งเสริมการเกษตร ได้เตรียมการสนับสนุนเกษตรกรในช่วงฤดูแล้งอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งด้านข้อมูล ปัจจัยการผลิต และองค์ความรู้ ได้แก่ การเร่งขึ้นทะเบียนเกษตรกรและปรับปรุงข้อมูลเกษตรกรและพื้นที่เพาะปลูกให้เป็นปัจจุบัน การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ผักพื้นบ้านกว่า 540,000 ซอง และต้นพันธุ์พืชกว่า 3.68 ล้านต้น การผลิตและขยายชีวภัณฑ์ ศัตรูธรรมชาติ และสารสกัดธรรมชาติ เพื่อลดต้นทุนการผลิต
รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การปลูกพืชใช้น้ำน้อยและการทำนาเปียกสลับแห้ง พร้อมมอบหมายเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการวางแผนเพาะปลูกและการสนับสนุนเกษตรกรอย่างรอบด้านเพื่อให้เกษตรกรสามารถปรับตัวและดำเนินการผลิตได้อย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงจากความเสียหาย และผ่านพ้นฤดูแล้งไปได้

กรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอความร่วมมือเกษตรกรติดตามข้อมูลข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อให้การใช้น้ำเป็นไปอย่างคุ้มค่า ลดผลกระทบจากภัยแล้งและน้ำเค็มรุกสวน และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคการเกษตรของประเทศในระยะยาว
