ก.เกษตรฯ เดินหน้ารณรงค์ “ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม” หวังลดฝุ่น PM 2.5 ฟื้นดินไทย มุ่งสู่เกษตรปลอดการเผาอย่างยั่งยืน 

กรมพัฒนาที่ดิน เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการ “รณรงค์ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม” ปี 2569  มุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรจาก “การเผา” เป็น “การไถกลบตอซังพืช” เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรดิน ลดหมอกควัน ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและประชาชนอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานรณรงค์ “ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม” ปี 2569 ของกรมพัฒนาที่ดิน ณ บ้านห้วยน้ำดิบ หมู่ที่ 2 ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี ดร.สุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวรายงาน เพื่อสร้างความตระหนักให้เกษตรกรทำเกษตรกรรมที่ไม่เผาฟางและตอซังพืช ควบคู่กับการปรับปรุงดิน เพิ่มอินทรียวัตถุ ลดปัญหาหมอกควัน ฝุ่นละออง และลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน

                                                                            นเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ

นายนเรศ เปิดเผยว่า ประเทศไทยยังคงประสบปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ซึ่งมีสาเหตุสำคัญประการหนึ่งจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรและพื้นที่ป่า เพื่อเตรียมแปลงปลูกในฤดูถัดไป การเผาดังกล่าวไม่เพียงก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศและภาวะโลกร้อน ยังทำให้ดินเสื่อมโทรม สูญเสียอินทรียวัตถุและธาตุอาหาร ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในระยะยาว รัฐบาลจึงกำหนดให้การแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติ และดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 – 2570 และแผนระยะต่อไป

อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 และจุดความร้อนในภาพรวมจะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ยังมีบางพื้นที่ที่ต้องเร่งดำเนินการ อย่างเข้มข้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหานี้อย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้การลด การเผาในภาคการเกษตรเป็นนโยบายสำคัญในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 และดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ และมุ่งสู่การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ในอนาคต ผ่านการส่งเสริมการไถกลบตอซังพืชแทนการเผา ซึ่งช่วยลดฝุ่นละออง PM 2.5 ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ

                                                                 ดร.สุมิตรา วัฒนา( กลาง)

ด้าน ดร.สุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า กรมพัฒนาที่ดินในฐานะหน่วยงานหลักด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรดิน ได้จัดโครงการ “รณรงค์ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม” ปี 2569 ให้สอดคล้องกับมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง โดยกำหนดพื้นที่เป้าหมายจัดทำแปลงสาธิตการไถกลบตอซังพืช เพื่อให้เกษตรกรเห็นผลลัพธ์จริงของการทำเกษตรกรรมที่ไม่เผาซึ่งช่วยรักษาโครงสร้างดินและจุลินทรีย์ในดิน เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ และสร้างสมดุลของระบบนิเวศดิน การไถกลบตอซังพืชจะช่วยให้ดินมีความร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี ลดความหนาแน่นของดิน เพิ่มอินทรียวัตถุ และหมุนเวียนธาตุอาหารกลับคืนสู่ดิน

โดยการงดเผาในพื้นที่ 1 ไร่ จะช่วยเพิ่มธาตุอาหารหลัก ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม คิดเป็นมูลค่าประมาณ 900 บาทต่อไร่ ช่วยลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีของเกษตรกรลงได้ โครงการนี้ ได้คัดเลือกพื้นที่เป้าหมาย 12 จังหวัด ที่ประสบปัญหาเรื่องการเผา จากทุกภาคของประเทศ ได้แก่ จังหวัดลพบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดขอนแก่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดน่าน จังหวัดพิจิตร จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสงขลา โดยจังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่จัดงานหลัก

ทั้งนี้ กรมพัฒนาที่ดินยังส่งเสริมการไถกลบตอซังร่วมกับการใช้ พด.17 สารชีวภาพย่อยสลายตอซังพืช หรือน้ำหมักชีวภาพจากสารเร่งซุปเปอร์ พด.2 รวมถึงการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากเศษวัสดุทางการเกษตรร่วมกับสารเร่งซุปเปอร์ พด.1 ให้กับเกษตรกร เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มอินทรียวัตถุในดิน และเสริมสร้างความมั่นคงด้านการผลิตอาหารในระดับครัวเรือนและชุมชน

ดร.สุมิตรา กล่าวทิ้งท้ายว่า ความสำเร็จในการลดการเผาและการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เกษตรกร และประชาชน ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดการเผา และร่วมกันดูแลทรัพยากรดินและสิ่งแวดล้อมอย่างรับผิดชอบ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนของประเทศในระยะยาว