ภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบฯ เสนอแก้ 3 ปัญหาร้อนในอุตสาหกรรมยาสูบ ให้รัฐบาลชุดใหม่ที่ได้รับผลกระทบทั้งระบบจาก พ.ร.บ.สรรพสามิต และควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ทั้งรายได้ของโรงงานยาสูบ และความเดือดร้อนของชาวไร่ยาสูบที่มีรายฮวบลง
วันที่ 21 ,มกราคม 2569 เครือข่ายชาวไร่ยาสูบแห่งประเทศไทย ดิเบต 3 พรรคการเมือง โชว์วิสัยทัศน์และนโยบายแก้ปัญหาหนักอกชาวไร่ยาสูบ-แรงงานในไร่-ร้านโชห่วย และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมกว่า 6 แสนคนทั่วประเทศอย่างไร พร้อมฝากโจทย์ใหญ่ ขอทุกพรรคช่วยหาทางออก สร้างรายได้ให้ชาวไร่ สนับสนุนนวัตกรรมยาสูบที่ทันสมัย และปราบปรามบุหรี่เถื่อนให้หมดสิ้น

สุธี ชวชาติ
นายสุธี ชวชาติ ประธานภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันชาวไร่ยาสูบ 25,000 ครอบครัว แรงงานในไร่ และผู้พึ่งพิง รวมกว่า 1 แสนคน ได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง “อุตสาหกรรมยาสูบในบ้านเราสร้างรายได้จากภาษีสรรพสามิตเกือบ 50,000 ล้านบาท และการส่งออกอีกกว่า 1,500 ล้านบาท แต่ชาวไร่ยาสูบกลับต้องเจอความเสี่ยงกับการขาดทุน รายได้ลดลง หนี้สินเพิ่มขึ้น เพราะค่าแรง ค่าน้ำมัน ค่าปุ๋ย ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการปลูกยาสูบสูงขึ้นทุกปี อีกทั้งบุหรี่เถื่อน บุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย ทะลักเข้ามาเต็มตลาด ทำให้เดือดร้อนกันไปหมดตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ”

ตัวแทน 3 พรรคการเมือง (จากซ้าย) พรรคประชาชน-ประชาธิปัตย์-เสรีร่วมไทย
ด้านนายสันต์ หารสุโพธิ์ นายกสมาคมการค้าใบยาสูบเตอร์กิซ กล่าวว่า อยากให้มีการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือชาวไร่เพื่อเป็นหลักประกันในอาชีพ รวมถึงอยากให้รัฐบาลส่งเสริมการทำประกันภัยยาสูบและพืชผลมูลค่าสูงทางการเกษตร และสนับสนุนการส่งออกใบยาสูบไทยหรือเพิ่มมูลค่าการนำยาสูบไปผลิตสินค้าอย่างอื่น เช่น สกัดนิโคตินเหลว จะได้ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชาวไร่ได้
ส่วนนางสาวธัญญศรัณ แสงทอง ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย ตัวแทนร้านค้าบุหรี่ที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกกฎหมายประมาณ 500,000 รายทั่วประเทศ กล่าวว่า อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่กระทบร้านโชห่วยซึ่งเป็นกลุ่มปลายน้ำคือบุหรี่เถื่อนที่ทะลักเข้ามาสูงเป็นประวัติการณ์ หรือคิดเป็นประมาณ 28% ของตลาด ยังไม่รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้าที่มีการใช้เพิ่มมากขึ้นกว่า 2,300% สินค้าเถื่อนเหล่านี้เป็นแหล่งเงินทุนสีเทา ร้านค้าโชห่วยที่ขายของถูกกฎหมายประกอบอาชีพสุจริตกลับได้รับผลกระทบ ต้องเสียรายได้จากการขาย

ขณะที่นายนายสุเทพ ทิมศิลป์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจยาสูบ การยาสูบแห่งประเทศไทย เสริมด้วยว่า ต้องการให้ผู้บริหารประเทศชุดทบทวน พ.ร.บ.สรรพสามิต ปร พ.ศ.2560 และควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 เนื่องทำให้กิจการยาสูบซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้ควบตุมของรัฐผลกระทบเป็นอย่างที่เกิดจากบุหรี่ราคาพุ่งขึ้นยอดจำหน่ายลดลงจากเดิมที่ส่งรายได้เข้าคลังอันดับต้นๆปัจจุบันกลายเป็นอันดับท้านๆ (รายละเอียดในคลิป)
นอกตากนี้ภาคีเครือข่ายยาสูบฯ ยังได้เสนอนโยบายบุหรี่ผิดกฎหมายต้องเป็นศูนย์ โดยอยากให้มีการเพิ่มโทษผู้กระทำผิดเพื่อป้องกันการการกระทำผิดซ้ำ ยกระดับมาตรการกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์และบริษัทขนส่งเพื่อป้องกันการขายทางช่องทางออนไลน์ และการแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่นกฎหมายศุลกากร
