สรุปภาวะสินค้าเกษตรประจำสัปดาห์ (5-9 ต.ค.63) ข้าว-ข้าวโพดลดลงอีก มีแต่ถั่วเหลืองราคาดีขึ้น

  •  
  •  
  •  
  •  

         สรุปภาวะสินค้าเกษตรประจำสัปดาห์ วันที่ 5-9 ตุลาคม 2563

ข้าวโพด : ราคาลดลง 

         สัปดาห์นี้ การเก็บเกี่ยวมากขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาซื้อขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ณ ไซโลโรงงานอาหารสัตว์ ลดลงจากหาบละ570บาท เป็นหาบละ561บาท อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามสภาวะอากาศที่อาจมีฝนตกอีก 

         ด้านตลาดซื้อขายล่วงหน้าชิคาโก ประจำวันที่7ตุลาคม2563ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รอบส่งมอบเดือนธันวาคม ราคาอยู่ที่388.50เซนต์/บุชเชล ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปรับตัวสูงขึ้น คาดการณ์สภาพอากาศบริเวณพื้นที่เพาะปลูกหลักมิตเวสท์ (Midwest)มีปริมาณน้ำฝนเบาบาง ซึ่งช่วยเร่งการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพด โดยสัปดาห์นี้กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA)รายงานผลการเก็บเกี่ยวอยู่ที่25% เท่ากับค่าเฉลี่ยห้าปีและที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ขณะที่ในพื้นที่แถบอเมริกาใต้มีปริมาณน้ำฝนค่อนข้างจำกัด 

           แนวโน้ม : คาดว่าราคาข้าวโพดในประเทศน่าจะทรงตัว 

 ถั่วเหลือง : ราคาเพิ่มขึ้น 

         กากถั่วเหลืองจากเมล็ดถั่วเหลืองนำเข้า ราคาเพิ่มขึ้นจากกิโลกรัมละ15.55บาท เป็นกิโลกรัมละ15.85บาท ราคาปรับสูงขึ้นเนื่องจากสภาวะอากาศและพายุที่เป็นปัจจัยหลัก ทำให้คาดการณ์ผลผลิตทั้งในสหรัฐอเมริกาและบราซิลลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปริมาณซื้อในตลาดจากจีนแม้จะเริ่มเบาลงแต่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง​ทำให้ราคาขายปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง 

         ด้านตลาดซื้อขายล่วงหน้าชิคาโก ประจำวันที่7ตุลาคม2563เมล็ดถั่วเหลือง รอบส่งมอบเดือนพฤศจิกายน ราคาอยู่ที่1,051.00เซนต์/บุชเชล และ กากถั่วเหลือง รอบส่งมอบเดือนธันวาคม ราคาอยู่ที่361.80เหรียญสหรัฐฯ/ช็อตตัน ราคากากถั่วเหลืองและเมล็ดถั่วเหลืองปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากยอดคำสั่งซื้อถั่วเหลืองสหรัฐฯ จากจีน จำนวน132,000ตัน และจากประเทศอื่นๆ จำนวน120,000ตัน อีกทั้งสถานการณ์ความแห้งแล้งในประเทศบราซิลและอาร์เจนตินาอาจส่งผลกระทบให้การเพาะปลูกล่าช้ากว่ากำหนด 

         แนวโน้ม : คาดว่าราคาถั่วเหลืองนำเข้าน่าจะยืนแข็ง 

ปลาป่น : ราคาทรงตัว 

         ผลการสำรวจปริมาณปลาในทะเลเบื้องต้น เพื่อกำหนดโควต้าการจับปลาของประเทศเปรู พบว่าการวางไข่อยู่ในระดับที่ดี และคาดว่าการสำรวจจะแล้วเสร็จในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ ด้านสาธารณรัฐประชาชนจีนผู้ซื้อหลัก ปิดตลาดตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะตรงกับวันหยุดเนื่องในวันชาติจีน    

           โดยปลาป่นเกรดกุ้ง ยืนราคาที่กิโลกรัมละ46.00บาท ส่วนปลาป่นเบอร์1เกรดที่สูงกว่า60โปรตีนขึ้นไป ราคาทรงตัวที่กิโลกรัมละ34.70บาท และปลาป่นเกรดที่ต่ำกว่า60โปรตีน ยืนราคาที่กิโลกรัมละ32.20บาท 

         ด้านปลาป่นคุณภาพรองลงมา ปลาป่นเบอร์2ชนิดที่มีโปรตีนสูงกว่า60โปรตีนขึ้นไป ราคาทรงตัวที่กิโลกรัมละ31.70บาท ส่วนปลาป่นเบอร์2ชนิดที่มีโปรตีนสูงกว่า56แต่ไม่เกิน60ราคายืนที่กิโลกรัมละ29.20บาท 

           แนวโน้ม : คาดว่าราคาปลาป่นน่าจะทรงตัว 

 ข้าว : ราคาลดลง 

           สัปดาห์นี้ ตลาดซื้อขายข้าวต่างประเทศ ข้าวขาว100% ชั้น2ส่งออกท่าเรือกรุงเทพฯ เอฟ.โอ.บี. ราคาลดลงจากตันละ511เหรียญสหรัฐฯ เป็นตันละ509เหรียญสหรัฐฯ ส่วนปลายข้าว เอ.วัน.พิเศษ ส่งออก เอฟ.โอ.บี. ราคาเพิ่มขึ้นจากตันละ424เหรียญสหรัฐฯ เป็นตันละ428เหรียญสหรัฐฯ 

         ด้านตลาดซื้อขายข้าวในประเทศ ข้าวขาว100% ชั้น2ราคาลดลงจากกระสอบละ1,470บาท เป็นกระสอบละ1,450บาท ส่วนปลายข้าว เอ.วัน.พิเศษ ณ โรงงานอาหารสัตว์ ราคาทรงตัวที่กระสอบละ1,200บาท 

           แนวโน้ม : คาดว่าราคาข้าวน่าจะทรงตัว 

สุกร : ราคาทรงตัว 

           ราคาประกาศสุกรขุนมีชีวิตหน้าฟาร์ม จากสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ยืนราคาที่กิโลกรัมละ79-80บาท โดยที่กลุ่มผู้เลี้ยงสุกรขุนตรึงราคาหน้าฟาร์มไว้ไม่ให้เกิน80บาทต่อกิโลกรัม ทั้งนี้งานกฐินที่มีขึ้นหลังออกพรรษาเป็นเวลา1เดือน เป็นปัจจัยบวกต่อความต้องการบริโภคเนื้อสุกรทั่วประเทศ 

           ด้านลูกสุกรน้ำหนัก16กิโลกรัมต่อตัว ราคาอยู่ที่2,800บาท (บวก/ลบ80) 

           แนวโน้ม : คาดว่าราคาสุกรน่าจะทรงตัว 

 ไก่เนื้อ : ราคาทรงตัว 

           สภาวะอากาศที่มีฝนตกชุกในช่วงนี้ ส่งผลให้การบริโภคทรงตัวพร้อมการจับจ่ายที่ลดลง ทำให้ราคาไก่เนื้อหน้าฟาร์ม ตามประกาศสมาคมผู้เลี้ยงไก่เนื้อสัปดาห์นี้ ทรงตัวที่กิโลกรัมละ32บาท 

         ด้านลูกไก่เนื้อราคาตัวละ7.50บาท และลูกไก่ไข่ราคาตัวละ28.00บาท 

           แนวโน้ม : คาดว่าราคาไก่เนื้อน่าจะทรงตัว 

 ไข่ไก่ : ราคาทรงตัว 

           การบริโภคไข่ไก่ลดลง เนื่องจากสภาวะฝนตกที่มีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาไข่ไก่คละ ณ หน้าฟาร์มเกษตรกร ตามประกาศของสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้า และส่งออกไข่ไก่ ยืนราคาที่ฟองละ2.70บาท 

           แนวโน้ม : คาดว่าราคาไข่ไก่น่าจะทรงตัว 

ที่มา : สื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ CPF