ไทย-ออสซี่ขยายตลาด”พลับสด-อะโวคาโด-มะม่วง

  •  
  •  
  •  
  •  

“กฤษฎา”  หารือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศฯออสเตรเลีย ขยายมูลค่าการค้าสินค้าเกษตร “พลับสด และอะโวกาโด” จากแดนจิงโจ้ พร้อมดันมะม่วงจากไทย ให้เพิ่มมากขึ้น

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังนายมาร์ค โคลตัน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้า (ด้านการค้า การท่องเที่ยว และการลงทุน) ออสเตรเลียเข้าพบ เนื่องในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทย ว่า กระทรวงเกษตรฯ ยินดีและเป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้าออสเตรเลีย สิ่งแรกในนามของรัฐบาลไทยขอแสดงความขอบคุณรัฐบาลออสเตรเลียเป็นอย่างยิ่ง ที่ส่งทีมช่วยเหลือจากออสเตรเลีย ทั้งผู้เชี่ยวชาญจากสหพันธ์ตำรวจออสเตรเลีย กองทัพออสเตรเลีย กระทรวงการต่างประเทศและการค้า รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี ทั้ง 13 คน ที่ถ้ำหลวง จังหวัดเชียงรายที่ผ่านมา

[adrotate banner=”3″]

สำหรับการหารือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการค้าของออสเตรเลียในวันนี้ เป็นการย้ำความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับออสเตรเลียที่มีกันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (Thailand-Australia Free trade Agreement: TAFTA) จะได้มีการขยายความร่วมมือทางการค้าร่วมกันมากขึ้น อาทิ การขยายการค้าสินค้าเกษตรระหว่างกัน ทั้งพลับสด และอะโวกาโดจากออสเตรเลีย และมะม่วงจากไทย ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่กระทรวงเกษตรฯ ได้ประสานงานกับสำนักงานอาหารและยา (อย.) เกี่ยวกับการพิจารณาเงื่อนไขการฉายรังสีสำหรับพลับสด คาดว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถขยายการค้าสินค้าพลับสด และมะม่วงได้โดยเร็ว

นายกฤษฎา ได้เน้นย้ำว่าสินค้าเกษตรของไทยนั้นมีมาตรฐาน และคุณภาพในระดับสากล จึงขอให้ฝ่ายออสเตรเลียสนับสนุนการขยายมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรกับไทยเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะข้าวไทย อีกทั้งได้ขอให้ฝ่ายออสเตรเลียพิจารณาการเปิดตลาดเป็ดปรุงสุกของไทยไปออสเตรเลีย อนึ่งฝ่ายออสเตรเลียได้ยกย่องว่าประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารจึงนับเป็นโอกาสอันดีหากทั้งสองประเทศจะได้มีการแลกเปลี่ยนการส่งออกนำเข้าสินค้าเกษตรระหว่างกัน

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายด้านการเกษตรที่สำคัญ อาทิ นโยบายตลาดนำการผลิตของไทย นโยบายของออสเตรเลียในสนับสนุนการค้าการลงทุนด้านเกษตรและอาหารจากต่างประเทศ ไปจนถึงการไปลงทุนในต่างประเทศ รวมทั้งแนวโน้มการบริโภคสินค้าเกษตรและอาหารของชาวออสเตรเลียอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ในเดือนกันยายนนี้ กระทรวงเกษตรฯ จะเข้าร่วมประชุมด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (Sanitary and Phytosanitary: SPS) และการประชุมคณะทำงานร่วมด้านการเกษตร (Joint Working Group: JWG) ร่วมกับกระทรวงเกษตรและทรัพยากรน้ำของออสเตรเลีย (Department of Agriculture and Water Resource: DAWR) ณ เครือรัฐออสเตรเลียด้วย